แพทย์จุฬาฯเปรียบสถานการณ์โควิดเหมือนวิกฤติเขื่อนใกล้แตก

คุณภาพชีวิต27 ม.ค. 2564 • 23:52 น.
แพทย์จุฬาฯเปรียบสถานการณ์โควิดเหมือนวิกฤติเขื่อนใกล้แตก
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุข้อความว่า... 27 มกราคม 2564 สิ่งที่เราเห็น: หนึ่ง การกระจายอำนาจบริหารจัดการ โดยกฎเกณฑ์รายละเอียดมากมาย เพื่อให้จัดการกันเองในแต่ละพื้นที่ สอง มาตรการที่ดำเนินมานั้นไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ ท่ามกลางการเคลื่อนที่ของประชากรที่ไปมาระหว่างพื้นที่ และภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สาม การบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆ ดูจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ละเมิดกฎระเบียบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดมา นำไปสู่การแพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง สี่ ระบบการตรวจคัดกรองโรคที่ไม่มากพอตั้งแต่ต้น ส่งผลให้มีโอกาสที่จะมีคนติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยง กิจกรรมกิจการเสี่ยง รวมถึงในชุมชนต่างๆ กระจายไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว ดังจะเห็นได้จากการตรวจพบติดเชื้อจำนวนมากในการสุ่มตรวจเชิงรุกในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าสี่สัปดาห์แล้วก็ตาม สะท้อนให้เห็นได้ว่า มีการติดเชื้อกระจายมากเกินกว่าที่จะคาดประมาณได้โดยง่าย ห้า ความหลากหลายและแตกต่างกันของนโยบายและมาตรการ ตั้งแต่จากส่วนกลางไปจนถึงระดับพื้นที่ มีโอกาสนำไปสู่ความสับสน และอาจนำไปสู่การปฏิบัติที่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งของเจ้าหน้าที่และประชาชนได้ หากเปรียบสถานการณ์ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นภาพวาดสักภาพ คงนึกถึงภาพของ"เขื่อน" ซึ่งมีระดับน้ำสูงจนอยู่ที่ระดับวิกฤติ และผนังเขื่อนดูจะมีจุดเปราะบางหลายจุดที่พร้อมจะแตกได้ ทางเลือกที่พอทำได้คือ หนึ่ง หาทางกำจัดหรือระบายน้ำออกจากเขื่อน สอง แขวนตุ๊กตาไล่ฝนของอิคคิวซังหรือปักตะไคร้ไล่ฝน แต่อย่าแห่นางแมวขอฝนมาเพิ่ม สาม อพยพประชาชนที่อาศัยในพื้นที่หลังเขื่อนให้ออกไปจากพื้นที่อันตราย สี่ ซ่อมผนังเขื่อน เสริมความแข็งแรง และ ห้า หาต้นตอสาเหตุที่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์เขื่อนจนจุน้ำเกินกำลัง ไม่ได้ทำนุบำรุงเขื่อนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จนเกิดความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย แต่หากไม่มีทางจะทำอะไรในห้าข้อนี้ได้ ก็จะเหลือเพียงการช่วยกันกระตุ้นเตือนกันและกัน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ และหาทางรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด และปลอดภัยกันทุกคน ตลอดการกรำศึกระยะยาวครับ ด้วยรักต่อทุกคน
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat