สธ.เร่งขอข้อมูลผีน้อยคืนถิ่น-เล็งใช้มาตรการอู่ฮั่น/ยอดป่วยยังคงที่ 43 อันดับ 15 โลก
เร่งขอข้อมูลแรงงานไทยที่เกาหลีใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองนับเดินทางกลับไทย เผยยอดคนป่วยยังคงที่ ขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันชะลอโรค ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากาก รับผิดชอบตัวเองและสังคม เผยกำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ เล็งใช้มาตรการเดียวกับคนไทยจากอู่ฮั่น แจงข้อกังวลนักท่องเที่ยวเข้าไทยไม่ถูกกักตัว พร้อมแนะนำคนทั่วไปหากไม่ป่วย ใช้หน้ากากผ้าก็พอ
เมื่อวันที่ 3 มี.ค.63 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 11 ราย กลับบ้านแล้ว 31 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 43 ราย อาการหนัก 1 ราย ทำให้ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 15 ของโลก โดยยอดผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.– 2 มี.ค.63 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 3,519 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 95 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 3,394 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 2,099 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,420 ราย
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนชะลอไม่ให้ประเทศไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดในวงกว้าง โรคนี้ป้องกันได้ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัย ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือสู้ไปด้วยกัน รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมด้วยการป้องกันตัวเองและการติดเชื้อ และไม่เพิ่มโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่น หากตนเองเป็นกลุ่มเสี่ยง พร้อมตั้งสติรับรู้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้และนำไปปรับใช้ และสู้ไปด้วยกันเป็นปัญหาของทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่โทษใคร เพราะโรคไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเรื่องของทุกคน
ส่วนเรื่องแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้นั้น กระทรวงสาธารณสุขกำลังประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายความมั่นคง เพื่อวางแผนร่วมกัน ทั้งนี้ เป็นเรื่องระดับรัฐบาลที่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือในการจัดการปัญหานี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจะดูแลป้องกันการระบาด ดำเนินการตามหน้าที่และพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อสั่งการต่อไป นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อโรคที่ต้องควบคุมตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2558 กำหนดให้เป็นเชื้อโรคควบคุมในกลุ่มที่ 3 หากผู้ใดต้องการครอบครอง ต้องขออนุญาตเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.เชื้อโรค ทั้งนี้ จะมีมาตรการควบคุมโรคเช่นเดียวกับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น
ในส่วนข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยและไม่ได้รับการกักตัวนั้น กระทรวงสาธารณสุขขอชี้แจงดังนี้ 1.กลุ่มที่จำเป็นต้องแยกกักกันหรือสังเกตอาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ประกอบด้วย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรค คือมีอาการและประวัติมาจากพื้นที่ระบาด ต้องแยกกักอย่างเข้มงวดในโรงพยาบาล และกลุ่มที่ไม่มีอาการแต่เสี่ยงที่จะรับเชื้อจากผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วย (กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง) ได้แก่ คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมยานพาหนะ ต้องกักกันตนเองที่บ้าน(Self- quarantine at home) อย่างเคร่งครัด 14 วัน งดเที่ยว งดเรียน งดทำงาน แยกของใช้ หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เจ้าหน้าที่จะรับตัวไว้ดูแลตามระบบ 2.กลุ่มไม่สัมผัสกับผู้ป่วย ไม่มีอาการ แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากเดินทางจากพื้นที่ระบาด(ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ) ขอให้ลดกิจกรรมทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากที่พักหมั่นล้างมือ อย่าไปในพื้นที่ที่มีคนอยู่หนาแน่น ให้สังเกตอาการตัวเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ พบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติเดินทาง 3.ผู้ที่อยู่ในชุมชนเดียวกับผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่ชุมชน
สำหรับการใช้หน้ากากอนามัย ซึ่งมีทั้ง N95 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ใช้กันทั่วไป และหน้ากากผ้า แนะนำให้ใช้ตามความเสี่ยง โดย N95 จะใช้ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น หากใช้ใส่โดยทั่วไปจะมีความอึดอัด ส่วนหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เน้นสำหรับคนป่วย สำหรับคนทั่วไป แนะนำให้ใช้หน้ากากผ้าดีกว่า