กทม.แจง กมธ.ดีอี ปมดาต้าเซ็นเตอร์ 49 แห่ง เร่งสรุปนิยาม-โซนนิ่ง คุมผลกระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม
กทม. แจง กมธ.ดีอี ปมดาต้าเซ็นเตอร์ 49 แห่ง เตรียมสรุปนิยาม-โซนนิ่งคุมสิ่งแวดล้อม
วันที่ 10 ก.ย.69 ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายอลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาแนวทางบริหารจัดการปัญหาผลกระทบจากศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง โดยมีนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดภายหลังจากที่มีการประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาลมาก่อนหน้านี้ พร้อมแสดงความขอบคุณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมจัดทำข้อมูล
นายพรพรหมเปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวมทั้งสิ้น 49 แห่ง แบ่งเป็นประเภท Stand Alone จำนวน 6 แห่ง ที่มีการขออนุญาตจากทาง กทม. และอีก 43 แห่งตั้งอยู่ในอาคารต่าง ๆ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นของหน่วยงานภาครัฐ 10 แห่ง และอยู่ในอาคารเอกชน 33 แห่ง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตเข้าตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดแล้ว และเตรียมแถลงข้อมูลในวันที่ 11 กันยายนนี้ เกี่ยวกับปริมาณการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และขนาดพื้นที่ของศูนย์ทั้ง 49 แห่งอย่างละเอียด
สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของรัฐทั้ง 10 แห่งนั้น เป็นขนาดเล็กที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลภายในอาคารของตนเองเท่านั้น ไม่ได้ให้บริการในรูปแบบการเช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูลหรือ Co-Location ส่วนประเด็นความปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้างเรื่องปริมาณน้ำและไฟที่เหมาะสม นายพรพรหมระบุว่าแม้จะยังไม่ทราบจำนวนลิตรที่แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่ที่ตั้งในอาคารมีการใช้ทรัพยากรไม่มากและเป็นส่วนหนึ่งของอาคารที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อยู่แล้ว ซึ่งสำนักงานเขตมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสม่ำเสมอ นอกจากนี้ กทม. กำลังเจรจาความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ผ่านสถาบันประเมินและรับรองเทคโนโลยีดิจิทัล (DTEC) เพื่อให้เข้ามาช่วยตรวจสถานที่และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ในส่วนของการตรวจสอบน้ำมันสำรองสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า พบว่าศูนย์ประเภท Stand Alone จะมีการสำรองน้ำมันไว้ตามมาตรฐานสากลเพื่อรองรับเครื่องปั่นไฟให้สามารถสำรองไฟได้ต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการให้บริการพื้นที่เช่าเซิร์ฟเวอร์ซึ่งมีมาตรฐานตามความคาดหวังของลูกค้า จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ต่างจากศูนย์ที่ตั้งในอาคารซึ่งมักมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
สำหรับการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการในอนาคต รวมถึงการจัดโซนนิ่งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน นายพรพรหมระบุว่าต้องรอความชัดเจนเรื่องการกำหนดนิยามที่คณะกรรมการฯ กำลังหารือให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อพิจารณาว่าต้องจัดอยู่ในประเภทโรงงานหรือต้องทำ EIA ในอนาคตหรือไม่ โดย กทม. ได้เสนอให้พิจารณาจากเกณฑ์กำลังไฟฟ้าเป็นเมกะวัตต์ (MW) และควรครอบคลุมทั้งที่เป็น Stand Alone และที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักงาน ซึ่งปัจจุบันได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 4 ด้าน เพื่อศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมและการจัดพื้นที่ เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจนภายหลังจากประชุมมาแล้ว 1 สัปดาห์
#ดาต้าเซ็นเตอร์ #DataCenter #กทม #กรุงเทพมหานคร #กระทรวงดีอี #กมธดีอี #โซนนิ่ง #ผังเมือง #สิ่งแวดล้อม #ชุมชน #พลังงาน #AI #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวเทคโนโลยี #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline