'สาธิต' เผย ศูนย์วิทย์ฯ ที่ 3 นครสวรรค์ เป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก

คุณภาพชีวิต5 ก.พ. 2565 • 16:46 น.
'สาธิต' เผย ศูนย์วิทย์ฯ ที่ 3 นครสวรรค์  เป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก
รมช.สธ.เผย ศูนย์วิทย์ฯ ที่ 3 นครสวรรค์ เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก เชี่ยวชาญด้านคัดกรองดาวน์ซินโดรมและมะเร็งปากมดลูกแบบระบุสายพันธุ์ของประเทศ พร้อมผลักดันให้ต่อยอดการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ทั้งนี้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการสอดคล้องไปกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี โดยในปี 2565 เป็นระยะของการสร้างความเข้มแข็ง มุ่งเน้นการจัดโครงสร้างพื้นฐาน กำลังคน ระบบการบริหารจัดการให้เข้มแข็ง รวมถึงระบบควบคุมป้องกันโรค เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยเน้นไปที่ ระบบสุขภาพปฐมภูมิของประชาชนให้เข้มแข็ง รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ New Normal เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 นครสวรรค์ นับเป็นกำลังหลักของเครือข่ายในการผลักดันระบบบริการสุขภาพได้อย่างมีศักยภาพ เป็นศูนย์ความเป็นเลิศในการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมและมะเร็งปากมดลูกแบบระบุสายพันธุ์ ของประเทศ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ พร้อมกล่าวว่า ห้องปฏิบัติการของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมได้มากกว่าปีละ 200,000 ราย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนนโยบายคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมในหญิงตั้งครรภ์ของกระทรวงสาธารณสุข ลดการเกิดเด็กดาวน์ซินโดรมรายใหม่ได้ผลอย่างชัดเจน เพื่อให้เด็กเกิดใหม่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับ นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมสนับสนุนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข โดยมุ่งเน้น การวิจัยและการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยมีการศึกษา วิเคราะห์วิจัย, การพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค อีกทั้งนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อบริหารจัดการสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้าน นางจินตนา ว่องวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 นครสวรรค์ กล่าวว่า บทบาทของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 นครสวรรค์ เน้นพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก ได้แก่ บริการการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์, การตรวจโรคธาลัสซีเมีย, การตรวจโรคหัด, การตรวจโรคหัดเยอรมัน, การตรวจโรคไข้ไวรัสซิกา, การตรวจเชื้อเอดส์ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก, การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และเพื่อให้การการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธี Quadruple Test ที่ใช้อยู่เดิม ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 ได้พัฒนาการตรวจ คัดกรองด้วยวิธี NIPT เพื่อลดภาระงานของแพทย์ในการเจาะน้ำคร่ำ และมีราคาถูกกว่าการตรวจโดยห้องปฏิบัติการของเอกชนมากกว่าครึ่ง ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ดำเนินการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ผลักดัน NIPT เข้าสู่สิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพ สำหรับโรคมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศ มีอัตราการป่วยเป็นอันดับที่ 2 ในผู้หญิงรองจากโรคมะเร็งเต้านม จากการนำร่องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2564 จำนวน 28,806 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์ 16 และ 18 ร้อยละ 1.39 ซึ่งมีวัคซีนป้องกัน แต่ที่สำคัญคือ พบสายพันธุ์อื่นๆ อีกร้อยละ 6.64 ที่วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกยังไม่ครอบคลุม ซึ่งทางศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ 3 นครสวรรค์ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบระบุสายพันธุ์ อันนำไปสู่รวบรวมเป็น Big Data ของประเทศ จะเป็นประโยชน์ในการนำไปวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกของไทยเองที่เฉพาะเจาะจงกับสายพันธุ์ที่ตรวจพบในประเทศ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังมีการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศอยู่แล้ว จะได้นำข้อมูลเรื่องนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลสุขภาพด้วย นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคระบาด COVID-19 ยังทำงานเชิงรุกกับทีม อสม.ตาม 5 มาตรการ ป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 แบบครอบจักรวาลในชุมชน มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเปิดจังหวัดให้สามารถเดินทางเข้าออกจังหวัดได้ตามปกติ ตามนโยบาย COVID Free Setting ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีเครือข่ายทำงานในแต่ละภูมิภาคทั้งหมด 15 ศูนย์ทั่วไปประเทศ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ 3 นครสวรรค์ นับเป็นกำลังหลักของเครือข่ายในการผลักดันระบบบริการสุขภาพได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี คนไทยมีคุณภาพ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”.