ข่าวดี! แท็กซี่ไทยติดเชื้อ “โคโรนา” คนสู่คนรายแรกหายดีแล้ว
ให้กลับบ้านได้ ทั้งตรวจญาติใกล้ชิดผลตรวจปกติไม่มีใครติดเชื้อ ขณะเจ้าตัวดีใจมากจากที่กังวล พร้อมฝากเตือนถึงเพื่อนร่วมอาชีพต้องดูแลสุขภาพ และอย่ารังเกียจคนจีน อนุทินเผย องค์การเภสัชฯ และอย.ยืนยันผลิตหน้ากากอนามัยไม่ให้ขาดตลาด เผยยอดคนป่วยสะสมที่ 25 กลับบ้านแล้ว 9 เหลือรักษาตัวอีก 16 และต่างอาการดีขึ้น
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พร้อม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มีข่าวดีท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรค ที่ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ที่เป็นผู้ขับแท็กซี่ชายไทย ขณะนี้รักษาหายดี และมีการตรวจยืนยันผลไม่พบเชื้อ จึงให้กลับบ้านได้ ทั้งนี้ ตลอดการรักษาผู้ป่วยอยู่ในห้องความดันลบ ได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการครั้งล่าสุดไม่พบเชื้อตามที่รายงานเบื้องต้น นอกจากนี้ ผลตรวจจากญาติผู้สัมผัสใกล้ชิดก็เป็นปกติ ผลตรวจไม่มีใครติดเชื้อ
รมว.สธ. ยังกล่าวถึงการควบคุมราคาหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ว่า ได้สั่งการองค์การเภสัชกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ผลิตหน้ากากอนามัยแบบปกติให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งได้รับการยืนยันว่าสามารถทำได้ ส่วนประชาชน ขอให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รักษาความสะอาด สวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และไม่เข้าพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อควบคุมการระบาด ถือเป็นวาระระดับชาติ ที่ต้องใช้มาตรการสูงสุดในการควบคุม
ด้านแท็กซี่ที่เพิ่งหายจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่รักษาหาย ตอนแรกวิตกกังวลมาก เพราะเป็นโรคใหม่ไม่คิดว่าตนเองจะเป็นโรคนี้ แต่ด้วยการรักษาที่มีประสิทธิภาพทำให้หายจากโรค ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ดูแลเรื่องการรักษาอย่างดี คอยสอบถามให้กำลังใจทำให้ลดความเครียดไปได้ ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น ฝากไปถึงเพื่อนอาชีพขับแท็กซี่คนอื่นๆหรือผู้ขับรถสาธารณะต้องดูแลสุขภาพตนเองด้วย และไม่อยากให้คนไปรังเกียจคนจีน เพราะนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นมิตรกับคนไทย ต้องช่วยกัน ใจเขาใจเรา
สำหรับสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 25 คน รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน กลับบ้านได้แล้ว 9 คน โดยผู้ป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลมีรายงานว่าอาการดีขึ้น