สธ.ชงศบค.พรุ่งนี้ปรับสี-มาตรการ ขอปชช.งดไปที่เสี่ยง-แออัด-ข้ามจว.-ไปตปท.-WFH
แนะเวิร์กฟรอมโฮมสกัดการระบาด ตรวจเอทีเค ย้ำหากพบติดเชื้อ ให้ติดต่อสายด่วนสปสช.1330 คาดหากไม่คุมจะแตะเรือนหมื่นได้ในเร็วๆ นี้ ขอคนไทยรวมพลังอีกครั้ง เชื่อโควิดจะอยู่กับเราไม่นาน
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.65 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกเริ่มลดลง จากเชื้อลดความรุนแรงลง, มีการฉีดวัคซีน และการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ในไทยพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมา โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศกว่า 200 ราย ขณะที่แนวโน้มปอดอักเสบลดลง ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจลดลง ผู้เสียชีวิตลดลง ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลก
อย่างไรก็ตาม จากที่มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองที่ผ่านมา พบมีการระบาดของโอไมครอนกระจายไปทั่วประเทศ โดยวันนี้พบผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกิน 60 ปี มีโรคเรื้อรัง ดังนั้น ถ้ายังไม่ได้ฉีดวัคซีน ให้รีบไปรับวัคซีน เพราะพิสูจน์มาหลายครั้งลดการเสียชีวิตได้อย่างดี ถ้ายังไม่ได้ฉีดเข็ม 1 ต้องรีบฉีด และเข็มสองให้ไปตามนัด และหากฉีดครบเข็มสองก่อนพ.ย.ไปรับวัคซีนเข็ม 3 ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน สำนักอนามัยกทม.
สำหรับภาพรวมแต่ละจังหวัด วันนี้ชลบุรี อันดับ 1 อันดับ 2 สมุทรปรากร อันดับ 3 กทม. สังเกตจังหวัดส่วนใหญ่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว พบมีคลัสเตอร์ ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ เช่น ที่อุบลฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้ทำผิดแล้ว โดยภาพรวมแนวโน้มผู้ติดเชื้อเส้นกราฟค่อนข้างขึ้นเร็ว ถ้าไม่มีมาตรการควบคุม จะมีคนติดเกินหมื่นได้ในเร็ววันนี้
“สถานการณ์วันนี้มีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาหารหนักลดลง ปัจจัยเสี่ยงจากเทศกล มีการรวมตัวกัน เข้าที่เสี่ยงผับบาร์ทำผิดกฎหมายทำให้สัญญาณการติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากนั้นผู้ที่กลับจากภูมิลำเนา จะเข้ากทม. ซึ่งมาตรการที่สำคัญคือ เวิร์กฟรอมโฮม รวมทั้งต้องตรวจเอทีเค ห่างกันอย่างน้อย 3 วัน ถ้าเป็นบวกติดต่อสายด่วน 1330 สปสช.เพื่อรับยา-อุปกรณ์และการดูแลรักษา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้งดไปที่แออัด ผับบาร์”
ทั้งนี้ จากที่สธ. ได้แจ้งเตือนภัยยกระดับจาก 3 เป็น 4 โดยเป็นการประเมินภาพรวมแตกต่างจากศบค.ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง บังคับห้ามทำกิจกรรม ที่เตือนเป็นระดับเพื่อขอความร่วมมือ 1.ขอให้งดไปในสถานที่เสี่ยง งดกิน ดื่มในร้านอาหาร ที่เสี่ยงที่ระบบระบายอากาศไม่ดี แออัด ใส่หน้ากากน้อยหรือไม่ใส่ ตัวอย่าง ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ที่เกิดการระบาดในหลายพื้นที่ 2.กิจกรรมรวมตัวคนหมู่มากให้หลีกเลี่ยง
3.ขอให้งดการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็น โดยยังเดินข้ามจังหวัดได้แต่เฉพาะที่จำเป็น รวมทั้งจากที่พบผู้ที่เดินทางไปตางประเทศแล้วติดเชื้อกลับมาจำนวนมาก จึง ขอให้งดเดินทางไปตปท. โดยไม่จำเป็น ถ้าคนไทยกลับมาต้องกักตัว ซึ่งวันที่ 7 ม.ค.นี้ จะสนอศบค.ปรับพื้นที่สี มาตรการห้ามต่างๆ 4.ไปฉีดวัคซีน สถานประกอบการสามารถดำเนินการต่อไปได้ ถ้าไม่ใช่สถานที่เสี่ยง มีระบบระบายอากาศดี มีการเว้นระยะห่าง ไม่รวมกลุ่มเสี่ยง เหตุการณ์ที่ผ่านมา หากพบติดเชื้อจะใช้บับเบิลแอนด์ซีล ดีกว่าปิดโรงงาน ให้แยกคนที่ติดเชื้อออกมา การตรวจเอทีเคมีประโยชน์ในการคัดกรอง ตรวจเป็นระยะ เพื่อความปลอดภัย รวมทั้ง ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารของสธ.เป็นระยะ จากที่โอไมครอนเป็นโรคใหม่ข้อมูลจึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
สำหรับการกำหนดพื้นที่เสี่ยง มี 3 ปัจจัย คือ 1.สิ่งแวดล้อม ระบบอากาศ ถ้าไม่ดี มีความเสี่ยง 2.มีคนรวมตัวจำนวนมาก 3.กิจกรรมการรวมตัวที่ไม่ใส่หน้ากาก กินอาหาร กินเหล้า ส่วนโรงเรียนไม่ถือเป็นที่เสี่ยง
ขณะที่อาการติดเชื้อโอไมครอน พบไม่มีไข้ ตรวจไม่เจอ จะแยกอย่างไรนั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า การป้องกัน ไม่ได้แตกต่างจากเดลต้ามากนัก มาตรการใดที่ใช้ป้องกันควบคุมก็ยังใช้ได้ดี เพียงแต่โอไมครอน ดูเหมือนจะก่อโรคน้อยกว่า อาการเหมือนไข้หวัด เจ็บคอ โดยไม่มีไข้หรือมีไข้น้อยกว่า ถ้ามีอาการให้สงสัยว่าอาจเป็นโอไมครอน ถ้าตรวจเอทีเคได้ให้ตรวจ ถ้าเป็นบวกติดต่อสายด่วน หรือไม่แน่ใจไปรพ.ใกล้บ้าน ให้ตรวจวินิจฉัย ไม่ต้องกังวลสายพันธุ์ใด การรักษาไม่แตกต่าง
“วันนี้สธ.ห่วงใยในสถานการณ์ในการเตือนภัย และขอความร่วมมือของประชาชน ยังคงใช้ชีวิตปกติได้แต่อยู่ในการระมัดระวัง งดเดินทางที่ไม่จำเป็น เป็นอีกครั้งที่ต้องรวมพลังคนไทย เชื่อว่าโรคจะอยู่กับเราไม่นาน ถ้าเราร่วมมือ” นพ.โอภาสกล่าว