แพทย์ชี้ผลตรวจสารตกค้างในผัก-ผลไม้ พบ3 สารพิษ

คุณภาพชีวิต25 พ.ย. 2563 • 10:34 น.
 แพทย์ชี้ผลตรวจสารตกค้างในผัก-ผลไม้ พบ3 สารพิษ
วันที่ 25 พ.ย.63 ที่โรงแรมริชมอนด์ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างบรรยายหัวข้อ “สารเคมีกำจัดศัตรูพืชกับสุขภาพคนไทย” ในงานประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชปี 2563 ก้าวไปข้างหน้าสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัย ว่า นัยยะของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช คือ การกำจัดสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่จะมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เช่น แมลง วัชพืช เชื้อรา หอย ปู ฯลฯ “แต่แท้จริงแล้ว ยังมีตัวเลือกอื่นอีกมากมายที่สามารถกำจัดได้ เนื่องจากตัวเลือกการใช้สารเคมีสุดท้ายแล้วก็จะกลับมาทำร้ายเรา การนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและหน่วยบริการสาธารณสุข ปี 2560 พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มมากขึ้นจากปี 2559 จำนวน 3.74 หมื่นตัน โดยปี 2561 จำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 38.3 ล้านคน พบว่าเป็นแรงงานนอกระบบ 21.2 ล้านคน โดยมากกว่าครึ่งคือ 11.7 ล้านคน ทำงานอยู่ในภาคการเกษตร ซึ่งหากไม่มีการใช้สารเคมีต่างๆ อย่างถูกวิธี หรือไม่มีความรู้ก็จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งนี้ ในปี 2563 พบว่ามีครัวเรือนที่ยังใช้สารเคมีทางการเกษตร จำนวน 677,522 ครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลต่อการตกค้างของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม แหล่งดิน น้ำ และอื่นๆ” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว นพ.ดนัย กล่าวว่า การเดินหน้าต่อสู้กับสารเคมีทางการเกษตรเป็นสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการเปลี่ยนใช้สารทดแทนที่มีพิษน้อยลง นำมาเจือจางกับน้ำเพื่อลดความเข้มข้นของสาร แต่ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัย เพราะอย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของสารเคมีเช่นเดิม โดยในครั้งนี้เป็น 3 สารเคมี ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยทั้งหมดมีผลต่อสุขภาพประชาชนทั้งในรูปแบบเฉียบพลันและสะสมเป็นระยะเวลานาน ความเป็นพิษของสารเคมีทั้ง 3 สาร เริ่มจาก พาราควอต มีพิษเฉียบพลัน และสะสมในเวลานาน ในปัจจุบันยังไม่มียาถอนพิษ จากการวิจัยพบว่า ตกค้างในซีรั่มของทารกแรกเกิดและมารดา และเมื่อสะสมในร่างกายมาก ๆ จะส่งผลให้เกิดโรคพาร์กินสันในผู้สูงวัยมากขึ้น พบเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ในน้ำ แหล่งการเกษตรกรรม