สปสช.เตรียมใช้'ยาโมลนูพิราเวียร์'ให้ผู้ป่วยโควิดระบบ 1330 หลังสธ.จัดสรรเพิ่ม 1.5 แสนเม็ด

คุณภาพชีวิต2 ส.ค. 2565 • 10:14 น.
สปสช.เตรียมใช้'ยาโมลนูพิราเวียร์'ให้ผู้ป่วยโควิดระบบ 1330 หลังสธ.จัดสรรเพิ่ม 1.5 แสนเม็ด

วันที่ 2 ส.ค.2565 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การจัดสายด่วน 1330 ช่วยเสริมบริการผู้ป่วยโควิด 19 พื้นที่ กทมงและปริมณฑล โดยประเมินอาการเบื้องต้น หากเข้าข่ายได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ จะส่งยาถึงบ้าน ตั้งแต่วันที่ 23-30 ก.ค. ที่ผ่านมา จัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาแล้ว 1,941 ราย เตรียมนำจ่าย 361 ราย และอยู่ระหว่างจัดส่งอีก 93 ราย จัดส่งไม่สำเร็จ 25 ราย ส่วนมากเพราะผู้ป่วยปิดบ้าน บริษัทหยุด ติดต่อผู้รับไม่ได้ และผู้รับปฏิเสธการรับ ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รอบแรก 4 หมื่นเม็ด และครั้งที่ 2 จาก รพ.ราชวิถี 1 แสนเม็ด ล่าสุดวันที่ 1 ส.ค. สธ.จัดสรรยาโมลนูพิราเวียร์ให้ สปสช.เพิ่มอีก 1.5 แสนเม็ด ซึ่งผู้ป่วยที่โทรแจ้งสายด่วน 1330 ที่จำเป็นต้องได้รับยาในช่วงต่อไป จะได้รับยาโมลนูพิราเวียร์แทน

"ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ RNA ไวรัสและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงเช่นเดียวกับยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาโควิดของกรมการแพทย์ สปสช.จะจัดส่งยาโมลนูพิราเวียร์ให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรครุนแรงหรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง เน้นกลุ่มมีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ผู้มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยตับแข็ง ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่มี CD. cell count น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม. แต่จะไม่ใช้ยานี้กับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร" นพ.จเด็จ กล่าว