"โอไมครอน" แรงไม่ตก! ป่วยอาการหนักเพิ่มแล้ว 827 ราย คร่า! เด็กป่วยลมชัก 1 เจอลอบเข้าอีก 3

คุณภาพชีวิต22 ก.พ. 2565 • 05:04 น.
"โอไมครอน" แรงไม่ตก! ป่วยอาการหนักเพิ่มแล้ว 827 ราย คร่า! เด็กป่วยลมชัก 1 เจอลอบเข้าอีก 3
ขณะที่ยอดป่วยอาการหนักปอดอักเสบวันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 827 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 214 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้พบ 18,363 ราย มาจากต่างประเทศ 127 ราย แต่เมื่อรวมกับผู้ป่วยจากการตรวจ ส่วนผู้ป่วยเข้าข่ายจากการตรวจ ATK วันนี้ทำสถิติใหม่ดีดไปที่ 14,605 ราย จะมีผู้ติดเชื้อรวมพุ่งสูงทำสถิติใหม่ถึง 32,968 ราย วันนี้ยอดผู้ป่วยอาการหนักปอดอักเสบเพิ่มขึ้นอีกเป็น 827 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 214 ราย ผู้เสียชีวิต 35 ราย ป่วยติดเตียงถึง 1 รายทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคเรื้อรัง และส่วนใหญ่ติดเชื้อจากคนใกล้ชิด สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุด คือ กทม. จำนวน 2,638 รายซึ่งเป็นตัวเลขลดลงจากเมื่อวาน และพบการเสียชีวิตกระจายในทุกภาคทั่วไทย พบสูงสุดในกทม. 8 ราย ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง มีจำนวน 31 ราย รักษาหาย 15,651 ราย ยังรักษาอยู่ 166,397 ราย  วันที่ 22 ก.พ.2565 ศูนย์ข้อมูลCOVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 18,363 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,236 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 127 ราย วันนี้มีรายงานลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย 3 ราย มาจากเมียนมา 2 ราย และกัมพูชา 1 ราย ติดเชื้อในประเทศ (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพสูงถึง 18,129 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 76 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 31 ราย)  รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63  รวม 2,749,561 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 14,605 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมี 32,968 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 35 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 22,691 ราย หายป่วยอีก 15,651 ราย รวมยอดรักษาหาย 2,557,796 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 169,074 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.73,633 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 95,441 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 827 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 214 ราย สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 35 ราย พบเป็นคนไทยทั้งหมด เป็นเพศชาย 25 ราย เพศหญิง 10 ราย อายุ 14-93 ปี พบทุกภาคทั่วไทย มากสุดในกทม.8 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตพบ 30 รายอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุน้อยกว่า 60 ปีแต่มีโรคเรื้อรัง 4 ราย เด็กอายุ 14 ปี มีโรคประจำตัวเป็นลมชักเสียชีวิตด้วย 1 ราย ในวันนี้พบผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วย 1 ราย อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ติดเชื้อจากบุคคลใกล้ชิด หรือคนรู้จัก