ไทยพบโอมิครอน BA.2.2 จำนวน 4 รายจาก 600 ตัวอย่าง

คุณภาพชีวิต14 มี.ค. 2565 • 08:37 น.
ไทยพบโอมิครอน BA.2.2 จำนวน 4 รายจาก 600 ตัวอย่าง
วันที่ 14 มี.ค.2565 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ประเด็นการจำแนกตามสายพันธุ์ที่เฝ้าระวังและการกลายพันธุ์ของเชื้อ โดยเฝ้าระวังในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ 5-11 มี.ค.2565 พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 99.69 % และสายพันธุ์เดลตาประปราย 0.31 % เมื่อตรวจสอบสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน พบเป็น BA.1 คิดเป็น 32.4 % และ BA.2 คิดเป็น 67.6 % โดยพบBA.2ในทั้ง 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศในสัดส่วนเกิน 50 % ยกเว้นเขตสุขภาพที่1(ภาคเหนือตอนบน) และ 11 (ภาคใต้ตอนบน) ที่สัดส่วนยังไม่ถึงครึ่ง อย่างไรก็ตาม ในฐานข้อมูล GISAID ที่เป็นฐานข้อมูลเชื้อก่อโรคโควิด-19ของโลก พบว่า โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 ยังเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหลักทั่วโลก ส่วน BA.2 ขณะนี้มีรายงานสายพันธุ์ย่อยแล้ว 3 สายพันธุ์ คือ BA.2.1 จำนวน 532 ราย, BA.2.2 จำนวน 68 ราย และBA.2.3 จำนวน 1,938 ราย ทั้งนี้ จากการตรวจทานข้อมูลในประเทศไทย ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการสุ่มตัวอย่างและถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวส่งเข้าระบบGISAID สัปดาห์ละ 500-600 ตัวอย่างที่ผ่านมานั้น พบว่า มี 4 รายที่มีโอกาสเป็นโอมิครอน BA.2.2 โดยเป็นต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 3 ราย ทั้งหมดอาการสบายดีและบางรายอาจจะหายแล้วด้ โดยหาก GISAIDกำหนดชื่อสายพันธุ์อย่างเป็นทางการแล้ว ไทยก็จะสามารถยืนยันสายพันธุ์ทางการของทั้ง 4 รายที่เข้าข่ายนี้ด้วย สำหรับโอมิครอน สายพันธุ์ย่อยBA.2.2 ที่มีการกลายพันธ์ที่ตำแหน่งสไปก์โปรตีน I1221T โดยพบหลักๆในฮ่องกง 386 ราย และอังกฤษ 289 ราย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยที่มาจากคนละสาย จำเป็นจะต้องมีการต้องติดตามต่อไป