"หมอเฉลิมชัย" เตือน เบาใจยอดผู้ป่วยหนัก ห้ามประมาทยอดผู้ติดเชื้อ

คุณภาพชีวิต20 ม.ค. 2565 • 14:31 น.
"หมอเฉลิมชัย" เตือน เบาใจยอดผู้ป่วยหนัก ห้ามประมาทยอดผู้ติดเชื้อ
วันที่ 20 ม.ค.65 นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Chalermchai Boonyaleepun ระบุว่า... โควิดของไทยขณะนี้ เบาใจยอดผู้ป่วยหนัก ห้ามประมาทยอดผู้ติดเชื้อ สถานการณ์โควิดระลอกที่สี่ หรือระลอกใหม่จากไวรัสโอมิครอน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 1 มกราคม 2565 นั้น จะพบตัวเลขสถิติหลายตัวที่น่าสนใจ อันพอจะบอกแนวโน้มหรือทิศทางของสถานการณ์ในอนาคต หลังจากผ่าน 20 วันไปแล้วได้ดังนี้ ยอดผู้เสียชีวิต คงที่ในระดับ 9-19 รายต่อวัน ยอดผู้ป่วยหนัก คงที่ในระดับ 480-583 เตียง ยอดผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ คงที่ในระดับ 105-158 เตียง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทั่วโลก ที่พบว่าผู้ติดโควิดจากไวรัสโอมิครอน มักจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าผู้ที่ติดจากไวรัสเดลต้า ส่วนยอดผู้ติดเชื้อ( ตรวจ PCR ) ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยอัตราเร่งที่ชะลอตัวลง จาก 3011 ราย เป็น 8129 ราย ยอดผู้ติดเชื้อเข้าข่าย ( ตรวจ ATK ) ขยับเพิ่มเช่นกัน จาก 434 ราย เป็น 2170 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม (PCR+ATK) ขยับเพิ่มขึ้น จาก 3445 ราย เป็น 10,299 ราย ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระบบสาธารณสุข ขยับเพิ่มขึ้น จาก 32,929 ราย เป็น 82,734 ราย โดยมีไวรัสโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงเทพ 97% และเป็นสายพันธุ์หลักค่าเฉลี่ยทั้งประเทศประมาณ 80% กล่าวโดยสรุปสำหรับโควิดระลอกที่ 4 จากโอมิครอน มีลักษณะดังนี้ 1) ไวรัสโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักแทนสายพันธุ์เดลต้าแล้ว 2) ยอดผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง ประกอบด้วย ผู้ป่วยหนัก ผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิต อยู่ในระดับต่ำกว่าผู้ป่วยโควิดจากเดลต้า 3) ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ด้วยอัตราเร่งที่ช้ากว่าของต่างประเทศ 4) ยอดผู้รักษาตัวอยู่ในระบบสาธารณสุข มีแนวโน้มที่จะทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การกำหนดหรือปรับปรุงมาตรการต่างๆในการรับมือสถานการณ์โควิด จะต้องใช้ความพยายามและระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะจะต้องประคับประคองมิติทางเศรษฐกิจและมิติทางสังคมให้เดินหน้าต่อไปให้ได้ แต่จะต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการระบาดละลอกใหม่ที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อระบบมิติสาธารณสุข ซึ่งในที่สุดจะส่งผลกระทบกลับมาที่มิติเศรษฐกิจและสังคมด้วย "เบาใจเรื่องยอดผู้ป่วยหนัก แต่ห้ามประมาทยอดผู้ติดเชื้อ"