6 องค์กรเรียกร้องรัฐไทย ถกฝุ่นพิษข้ามแดนเวทีอาเซียน ผลักดันด่วน!ก.ม.คุ้มครองสิทธิอากาศสะอาด
มช.-ศูนย์แก้ปัญหาหมอกควันเหนือ-สำนักงานเลขาวุฒิสภา-สภาลมหายใจ-กกร.-มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เสวนาสถานการณ์ฝุ่น 2.5 นโยบายที่ไทยต้องทำ ระบุมีแต่การตั้งรับ ไม่มีนโยบายเชิงรุก ทั้งแผนของแต่ละจังหวัดยังไม่พร้อมทุกด้าน จี้นำปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนเข้าเวทีอาเซียน แนะต้องเปลี่ยนโครงสร้างระบบการเกษตรรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนระยะยาว และจำเป็นเร่งด่วนผลักดันก.ม.อากาศสะอาดให้ปชช.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และศูนย์วิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เครือข่ายสภาลมหายใจ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาภาคเหนือ จัดเสวนา “สถานการณ์ PM2.5 นโยบายที่ประเทศไทยต้องทำ” (Round Table Dialog on PM2.5 : Thailand Guiding Policy)โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการเสวนาฯ และได้รับเกียรติจาก พันตำรวจตรียงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานร่วมเสวนาฯ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พบว่า 1.ปีนี้จากการตรวจสอบจุดความร้อนโดยระบบดาวเทียมภาพรวมโดยส่วนใหญ่พบว่า พื้นที่ภาคเหนือภายในประเทศมีจุดความร้อนที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาและพื้นที่เดียวกัน แต่สำหรับพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มีจุดความร้อนหนาแน่น เข้มข้น รวมถึงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านในทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนทำให้เกิดฝุ่นพิษข้ามแดนมายังประเทศไทย
2.ขณะที่การรับมือฝุ่นพิษของไทย ยังเป็นการเตรียมการที่เป็นการตั้งรับ ยังไม่มีนโยบายเชิงรุกอย่างแท้จริงที่จะต้องดำเนินการกันตลอดทั้งปี จึงต้องมีนโยบายเพื่อปรับแผนการจัดการฝุ่นควันขนาดเล็กเสียใหม่
3.แผนรองรับสถานการณ์ฝุ่นควันพิษในแต่ละจังหวัดของพื้นที่ภาคเหนือ ยังไม่มีการบูรณาการแผน บูรณาการทรัพยากรด้านงบฯ กำลังคน เครื่องมืออุปกรณ์
4.แม้ระบบจัดการฝุ่นควันพิษภายในประเทศจะดีขึ้นโดยภาพรวม แต่ยังขาดนโยบายการจัดการฝุ่นควันพิษข้ามแดน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาในเวทีประชาคมอาเซียน
5.นโยบายในระยะยาวที่ต้องทำคือ เปลี่ยนโครงสร้างของระบบการผลิตพืชผลทางการเกษตรและโครงสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและระบบเศรษฐกิจ BCG
6.มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องผลักดันให้มีกฎหมายเพื่อรับรอง “สิทธิในอากาศสะอาด” ให้กับประชาชน