“สธ.” ถอดรหัสพันธุกรรมโควิดไทย กลุ่มบีกลายพันธุ์ จากอู่ฮั่น
นักวิทย์ไทยวิจัยถอดรหัส คนไข้ พบซาร์ที่เคยระบาดกับในขณะนี้แตกต่างกัน ยังต้องศึกษาต่อ ถึงการก่อโรคในคน โดยที่ระบาดในไทย เป็นกลุ่มบี สายพันธุ์ในอู่ฮั่น กลายพันธุ์บางส่วนมาจากกลุ่มเอต้นตอค้างคาว กรมวิทย์ชี้ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ตลอด แต่ยังช้ากว่าไข้หวัดใหญ่ ทั้งยังไม่มีนัยสำคัญทำให้โรคแรงขึ้น เร่งถอดรหัสพันธุกรรมให้ได้มากที่สุด เป็นข้อมูลพัฒนาการรักษา
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยถึงการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยว่า จากที่มีเคสคนไข้เข้ามา 2 เคสแรก เป็นหญิงวัย 61 ปี และหญิงวัย 74 ปี พบมีไข้ตรวจวัดที่ด่านกรมควบคุมโรคที่สนามบิน ได้ถอดรหัสพันธุกรรมพบมีความใกล้เคียงกับ Bat sars corona virus ใกล้เคียงกัน 80% ซึ่งผลงานนี้ตีพิมพ์ในวารสาร โดยตัวเชื้อไวรัสที่พบในผู้ป่วยสองรายแรก มีความใกล้เคียงกับโคโรนาไวรัสที่มาจากค้างคาว 88% ส่วนความใกล้เคียงซาร์โคโรนาไวรัสยุคแรกที่เคยระบาดแล้วมีอยู่ 80 % และมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนตัวที่จะไปจับในมนุษย์ จึงเห็นว่าซาร์ไวรัสโคโรนาที่ผ่านมา กับไวรัสซาร์ที่ระบาดในขณะนี้มีความแตกต่างกัน โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันในการจับตัวในมนุษย์ และการก่อให้เกิดโรคที่แตกต่างกัน ซึ่งยังต้องศึกษาเพิ่มเติมในการก่อโรคโควิด-19
ทั้งนี้ สายพันธุ์ที่มีในปัจจุบัน เมื่อนำเอาผลบวกของผู้ป่วยหลายรายที่นำมาถอดรหัสพันธุกรรมแล้ว พบว่าในกลุ่มของเชื้อไวรัสจัดเป็นกลุ่ม เอ บี ซี โดยกลุ่มเอ เป็นกลุ่มที่มีต้นตอ มาจากค้างคาว กลุ่มบี เป็นกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์บางส่วน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในอู่ฮั่น จะเห็นได้ว่า สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย เป็นกลุ่มบี เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกลุ่ม ซี จะมีการกลายพันธุ์เล็กน้อยจากกลุ่มบี โดยเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในยุโรป และสิงคโปร์
ดร.พิไลลักษณ์กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป โดยการวิเคราะห์ทั่วโลกแยกเป็นสายพันธุ์ เอส จี และวี โดยการวิเคราะห์ในประเทศไทย สายพันธุ์ที่พบคือ สายพันธุ์ เอส แต่สายพันธุ์ทั้งหมดความแตกต่าง มีเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยังไม่แสดงผลว่ามีการก่อโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้น ในการศึกษาต่อๆ ไป จากที่ได้ทำไปแล้ว 40 ราย จะถอดรหัสเพิ่มเติมจนครบ 100 ราย ดูการกระจายตัวและดูสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปต่อ ซึ่งการถอดรหัสในอนาคตจะร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสภากาชาดไทย
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า พบเช้ื้อไวรัสโคโรนา มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่กลายพันธุ์ช้ากว่าไข้หวัดใหญ่ โดยขณะนี้การกลายพันธุ์น้อยมาก ยังไม่มีนัยสำคญว่าทำให้รุนแรงขึ้น ติดง่ายขึ้น ขณะนี้คณะกำลังศึกษาถอดรัหสพันธุกรรมให้ได้มากที่สุด เป็นข้อมูลพัฒนาต่อไปในการรักษา