รพ.บุษราคัมเปิด "ไอซียู" ดูแลผู้ป่วยวิกฤต 17 เตียง

คุณภาพชีวิต4 ส.ค. 2564 • 09:42 น.
รพ.บุษราคัมเปิด "ไอซียู" ดูแลผู้ป่วยวิกฤต 17 เตียง
เผย 82 วันเปิดดูแลผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว 14,213 ราย ยังรักษาอยู่ 3,333 ราย พบผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจนลดลง แต่จำนวนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไฮโฟลว์ ยังสูงประมาณ 160-180 ราย/วัน ระบุจัดทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น พร้อมจัดทางด่วนดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง 4 ส.ค.64 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการ รพ.บุษราคัม เปิดเผยถึงการบริหารจัดการ รพ.บุษราคัม ว่า ได้เปิดให้บริการมาแล้ว 82 วัน ถึงวันนี้มีผู้ป่วย 14,213 ราย มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ใน รพ. 3,333 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้วประมาณ 11,000 ราย โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา รักษาหายกลับบ้าน 287 ราย และรับเข้าใหม่อีก 378 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจน อยู่ 450 ราย เครื่องช่วยหายใจ 169 ราย ใส่ท่อหายใจอยู่ 2 ราย กลับบ้านไปแล้วประมาณ 11,000 ราย อย่างไรก็ตามในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจนลดลงจากเดิมต้องใช้ออกซิเจน 750 ราย ลดลงเหลือ 450 ราย แต่ยังคงมีผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไฮโฟลว์ สูงอยู่เช่นเดิมประมาณ 160-180 รายทุกวัน ขณะที่ ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจอยู่ประมาณ 8-10 รายต่อวัน นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ใส่ท่อหายใจมีเพิ่มต่อเนื่องทุกวัน จำนวนเตียงในพื้นที่กทม.และปริมณฑลที่มีจำกัดทำให้การส่งต่อผู้ป่วยต้องรอเวลานาน ดังนั้นที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุข จึงอนุมัติให้ตั้งไอซียูสนาม ที่ รพ.บุษราคัม ซึ่งป็นหอผู้ป่วยที่ดูแลผู้ป่วยวิกฤตเฉพาะขึ้นต่างหาก ขณะนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถด้านหลัง มีทั้งหมด 17 เตียง แบ่งเป็น ไอซียู 13 เตียง อีก 4 เตียงเป็นห้องแยกผู้ป่วยความดันลบ ซึ่งได้รับการสนันสนุนจากสถาบันการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่วนในเรื่องการทำความสะอาดนั้น ได้มีการทำบิ๊กคลีนนิ่งไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับว่าตั้งแต่เปิดให้บริการมายังไม่มีการทำความสะอาดเลย ซึ่งจะมีการจัดทำความสะอาดเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งจะลดภาระงานภายในหอผู้ป่วย เพื่อลดการสัมผัสของเจ้าหน้าที่ และให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่รวดเร็ว โดยจะดำเนินการเจาะเลือดและให้ยาตั้งแต่จุดแรกรับทั้งหมด มีการจัดพื้นที่ แยกส่วนให้กับกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยที่แข็งแรงกว่าผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เข้ารับบริการเป็นช่องทางด่วนฟาสต์แทร็ก