“5 เช็กลิสต์”พ่อแม่ยุคโควิดต้องรู้ ก่อนพาลูกฉีดวัคซีน

คุณภาพชีวิต21 ก.ค. 2565 • 06:00 น.
“5 เช็กลิสต์”พ่อแม่ยุคโควิดต้องรู้ ก่อนพาลูกฉีดวัคซีน

 

หลังจากเด็กๆ กลับมาเปิดเทอมเรียนออนไซต์ตามปกติเกือบ 2 เดือน พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องวิตกกังวลกันอีก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีทีท่าว่าอาจจะกลับมารุนแรงอีกครั้ง อีกทั้งไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่แม้จะรุนแรงน้อย แต่ระบาดได้รวดเร็ว ได้มีการกลายพันธุ์เป็น BA.4 และ BA.5 โดยมีข้อมูลว่าอาจยิ่งระบาดได้ง่ายและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยเรียนไม่น้อย

ดังนั้นการฉีดวัคซีนโควิดจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่สามารถลดโอกาสการป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อได้ โดยผู้ปกครองหลายท่านก็อาจกำลังวางแผนพาลูกหลานไปฉีดวัคซีน ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิดในเด็กนั้นมีข้อพิจารณาที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงมีข้อมูล “5 เช็กลิสต์” เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิดในเด็กมาฝากบรรดาคุณพ่อคุณแม่ ก่อนพาลูกๆไปรับการฉีดวัคซีน

1.อายุเท่านี้ ฉีดวัคซีนได้หรือยัง?

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนคืออายุของบุตรหลานถึงกำหนดที่สามารถรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้แล้วหรือยัง ในส่วนของประเทศไทย ช่วงอายุที่สามารถฉีดวัคซีนได้ ข้อมูลล่าสุด ณ ขณะนี้ คือ กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยสำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่สามารถให้รับการฉีดวัคซีนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ดูจากแนวโน้มของต่างประเทศที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนในเด็กเล็กอย่างแพร่หลายมากขึ้น การฉีดวัคซีนโควิดในเด็กเล็กในบ้านเราก็อาจมีการปรับเปลี่ยนในเร็ว ๆ นี้

2.เด็กมีโรคประจำตัว ฉีดวัคซีนเลยหรือรอไปก่อน?

หลายคนอาจยังไม่กล้าพาลูกไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากความกังวลในเรื่องของอาการแพ้วัคซีน รวมถึงกลัวว่าวัคซีนอาจไปกระตุ้นอาการของโรคประจำตัวขึ้นมา โดยควรมีการปรึกษากุมารแพทย์ก่อนการรับวัคซีน เพราะเด็กมีโอกาสได้รับเชื้อโควิดไม่น้อยไปกว่าช่วงวัยอื่นๆ ซึ่งการฉีดวัคซีนไม่เพียงช่วยลดอันตรายโรคยังเป็นตัวช่วยสำคัญให้เด็กๆ ได้ออกไปเรียนรู้และใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

3.เข็มบูสเตอร์สำหรับเด็ก จำเป็นแค่ไหน?

ปริมาณการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวัยผู้ใหญ่ในไทยขณะนี้ส่วนใหญ่เริ่มได้รับวัคซีนเข็ม 3 หรือเข็ม 4 กันแล้ว ในขณะที่เด็กกำลังเริ่มรับวัคซีนเป็นเข็มแรก และกำลังรอฉีดเข็ม 2 ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยังมีเด็กตกค้างที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกจำนวนไม่น้อยนั้นมาจากการที่ผู้ปกครองยังมีความกังวลทั้งเรื่องความเข้าใจในตัววัคซีน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดต่าง ๆ รวมถึงสำหรับเด็กที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว ต้องเข้าสู่ช่วงได้รับเข็มกระตุ้น ก็เกิดความไม่มั่นใจว่าวัคซีนแต่ละชนิดควรฉีดเป็นเข็มที่เท่าไหร่ ฉีดไปแล้วควรฉีดชนิดเดียวกันซ้ำอีกหรือไม่ ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเว้นระยะเวลาอย่างเหมาะสม นอกจากจะสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ยังช่วยลดโอกาสในการป่วยอาการหนักเมื่อได้รับเชื้ออีกด้วย โดยการเว้นระยะวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่ 2 ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเด็ก ในกรณีที่เข็มแรกเป็นวัคซีนเชื้อตายจะอยู่ที่ 4 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ในกรณีที่เข็มแรกเป็นวัคซีน mRNA 

4.วัคซีนโควิด-19 ฉีดร่วมกับวัคซีนเด็กชนิดอื่นได้หรือไม่?

กรมควบคุมโรคได้แนะนำว่า สำหรับเด็กที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นชนิดเชื้อตาย หรือ mRNA ควรเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม สำหรับวัคซีนสำหรับการป้องกันการติดเชื้อแบบฉุกเฉินบางตัว ที่มีการกำหนดระยะเวลารับวัคซีน เช่น โรคติดเชื้อหลังการสัมผัส อย่างโรคพิษสุนัขบ้า และบาดทะยัก สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามกำหนดโดยไม่ต้องเลื่อน ถึงแม้จะเป็นวันเดียวกับการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็ตาม

5.อาการหลังฉีดวัคซีน แบบไหนถึงควรพบแพทย์?

อาการข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนในเด็กก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยอาการที่อาจเกิดขึ้น คือ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดวัคซีน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีไข้ ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักเกิดในระยะ 3 วันแรก แต่ถ้าหากมีอาการผิดปกตินอกเหนือจากอาการข้างต้น เช่น แน่นหน้าอก ใจสั่น หอบ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์ทันที

กรณีผลข้างเคียงในเด็กจากวัคซีนโควิด-19 ที่ไม่รุนแรงนั้น ล่าสุดวัคซีนเชื้อตาย โดยซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทผู้วิจัย ผลิต และพัฒนาวัคซีนซิโนแวค ก็กำลังเป็นที่จับตา โดยขณะที่โควิด-19 ยังไม่หมดไป ทางซิโนแวค ไบโอเทค ก็เดินหน้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ๆ และซิโนแวคก็เป็นหนึ่งในวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ในไทยอนุมัติให้ใช้สำหรับเด็กไทย หลังอนุมัติให้ฉีดในไทยครอบคลุมทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นประชาชนทั่วไป และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ส่วนกลุ่มเด็กนั้นได้รับการอนุมัติให้ฉีดได้กับเด็กไทยกลุ่มอายุ 6 ปีขึ้นไป ในขณะที่วัคซีนซิโนแวคนั้นได้รับการอนุมัติฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลกให้ฉีดในเด็กและเยาวชนใน 14 ประเทศทั่วโลก และปัจจุบันถูกแจกจ่ายไปยังกลุ่มเด็กแล้วกว่า 260 ล้านโดสทั่วโลก โดยวัคซีนได้ถูกทดสอบประสิทธิภาพผ่านงานวิจัยที่น่าเชื่อถือในนานาประเทศ

ล่าสุดมีรายงานผลการวิจัยจาก Chilean Real-World ประเทศชิลี เผยว่า วัคซีนเชื้อตายมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กอายุ 6-16 ปี ได้กว่า 74.5% และป้องกันอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อได้ถึง 91% และอาการรุนแรงฉุกเฉิน 93.8% ในขณะที่ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนนั้น พบว่า ในเด็กอายุ 3-5 ปีสามารถป้องกันการต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ได้ 64.6% และ ป้องกันอาการรุนแรงฉุกเฉิน ได้ 69% และมีข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขชิลี (ISP) จากรายงานประเมินผลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็กและเยาวชนจำนวนกว่า 6.9 ล้านโดสทั่วประเทศ พบว่า หลังฉีดวัคซีนซิโนแวค มีอัตราการเกิดผลข้างเคียงในเด็กอยู่ในระดับต่ำ คือ 10.67 ต่อ 100,000 โดส ซึ่งอาการข้างเคียงนั้นก็เป็นอาการในระดับที่ไม่รุนแรง