“คพ.” ยันแอพฯ "Air4thai" ตรวจวัดค่าฝุ่นไทยได้มาตรฐานสากลโลก
โต้ข่าวแชร์แอพฯไทยอากาศดี สวนทางแอพฯเอกชนบอกอากาศแย่ ชี้ค่าฝุ่นวัดจากค่าเฉลี่ย 24 ชม.ตามหลักสากล ย้ำให้ปชช.เชื่อมั่น
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวแชร์ต่อกันเรื่องแอป Air4thai ของ คพ. แสดงผลเป็นสีเขียวในขณะที่สภาพอากาศแย่ แตกต่างจากแอปของเอกชนที่แสดงสีแดง จึงมีข้อสงสัยว่าแอป Air4thai ของ คพ. ตั้งค่าเฉลี่ยตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ต่ำกว่ามาตรฐาน นั้น
นายอรรถพล กล่าวว่า วิธีรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศประจำวันของไทยในแอปพลิเคชัน Air4thai สามารถเลือกดูข้อมูลผลการตรวจวัดได้ทั้งค่ารายชั่วโมงและค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดที่มีมาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด ซึ่งวิธีตรวจวัดและวิธีเก็บตัวอย่างเป็นไปตามที่องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. EPA) กำหนด และสอดคล้องกับการรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศแต่ละชนิดตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก
ทั้งนี้ การรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศโดยใช้ค่าเฉลี่ยต่อเนื่องนั้น เป็นการรายงานเพื่อประเมินระดับความเป็นพิษของมลพิษทางอากาศที่มนุษย์ได้รับสัมผัสและได้รับสะสม โดยมลพิษแต่ละชนิดจะมีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์แตกต่างกัน หากได้รับมลสารต่างๆ เข้าไปในร่างกายตามระยะเวลาที่ได้รับการสัมผัสและสะสม ซึ่งเป็นหลักในการรายงานที่ใช้กันในระดับสากล เช่น การใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่องในการรายงานค่าปริมาณ PM 2.5และ PM 10ส่วนการรายงานค่าปริมาณมลพิษทางอากาศตัวอื่นๆ โดยใช้ค่าเฉลี่ยตามช่วงเวลาที่แต่ละพารามิเตอร์กำหนดเอาไว้ เช่น ปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จะใช้ค่าเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการรายงานค่า เป็นต้น
ส่วนแถบสีที่ใช้แสดงระดับปริมาณสารมลพิษทางอากาศ และค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) นั้น จะมีความแตกต่างกันตามที่แต่ละประเทศได้กำหนดเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและแยกแยะระดับมลพิษทางอากาศจากแถบสีที่ชัดเจน เช่น แถบสีที่แคนาดากำหนดใช้ในประเทศจะมี 11 แถบสี ฮ่องกงใช้ 5 แถบสี สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้และอินเดียใช้ 6แถบสี สหราชอาณาจักรใช้ 4 แถบสี 10 ระดับ และไทย 5 แถบสี 5 ระดับ เป็นต้น
ดังนั้น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในข้อมูลแอปพลิเคชัน Air4thai ที่เป็นไปตามค่ามาตรฐาน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด และสอดคล้องกับการรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศแต่ละชนิดตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสถานการณ์และการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รวมถึงการดูแลสุขภาพ สามารถติดตามได้ที่แฟนเพจศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) https://www.facebook.com/airpollution.CAPM