กรมควบคุมโรคขอ “WFH 14 วัน” สกัดโอไมครอนหลังปีใหม่ หลังพบตัวเลขขยับเพิ่ม

คุณภาพชีวิต4 ม.ค. 2565 • 15:26 น.
กรมควบคุมโรคขอ “WFH 14 วัน”               สกัดโอไมครอนหลังปีใหม่ หลังพบตัวเลขขยับเพิ่ม
เผยสถานการณ์ไทยแนวโน้มเริ่มพบติดเชื้อมากขึ้น หลังฉลองปีใหม่ อยากให้ทำงานที่บ้านกันให้ได้มากที่สุดในช่วง 14 วันก่อน จากที่คาดการณ์ขั้นเลวร้ายใน 1-2 เดือนข้างหน้าจะติดเชื้อถึง 3 หมื่น/วัน แต่คาดหวังมาตรการทั้งภาครัฐและปชช.ที่ช่วยกันจะช่วยชะลอลงได้ ทั้งสธ.คาดหวังปี 65 จะให้โควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่น ระบุผู้ที่ฉีดครบ 2 เข็มก่อน 1 พ.ย.ขอให้มารับเข็ม 3 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.65 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยดูจะลดลง ปอดอักเสบลด ผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจลดลง เสียชีวิตในระยะหลังไม่ถึง 20 คน แนวโน้มคาดหวังว่าสถานการณ์จะคงที่อย่างนี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่มีกิจกรรมหลายอย่าง ส่งผลให้เมืองท่องเที่ยว มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จากเดิมกทม.สูงสุด วันนี้เป็นอีกวันที่ ชลบุรี สูงสุด รวมทั้งอุบลราชธานี เชียงใหม่ สมุทรปราการ ภูเก็ต แนวโน้มการติดเชื้อระยะหลังเกิดจากกิจกรรมรวมตัว ไม่ใส่หน้ากากอนามัย โดยมีจุดร้านอาหารกึ่งผับบาร์เป็นจุดระบาดใหญ่ ขณะที่ผู้เสียชีวิตระยะหลังพบส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่พบทุกวัน แนะนำให้รีบไปฉีดวัคซีน นพ.โอภาสกล่าวว่า สธ.คาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาล คริสมาสต์ ปีใหม่ หลังปีใหม่ คาดจะมีการกระจายตัวของโอมิครอน โดยคาดการณ์ติดเชื้อเลวร้ายที่สุด วันละ 3 หมื่น/คน ใน 1-2 เดือนข้างหน้า ถ้ามาตรการเข้มงวด รับวัตซีน ทั้งมาตรการส่วนบุคคล และในส่วนภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตรวจโควิด จะชะลอการระบาดได้ ซึ่งหวังว่าจะน้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้ “วันนี้ 4 ม.ค. ถ้าจำได้ผ่านมา 2 ปี ตอนนั้นไวรัสพันธุ์ใหม่ อู่ฮั่น ซึ่งไทยคัดกรองคนเดินทาง ส่วนวันนี้ (4 ม.ค.65) เป็นวันแรกรับมือโควิดปีที่ 3 สิ่งที่ผ่านมา 2 ปี เรียนรู้อะไรบ้าง ตอนนั้นไวรัสยังไม่มีชื่อ มีจีนเป็นต้นแบบการป้องกันโรค จำกัดการเดินทาง ทำให้กระทบเศรษฐกิจไทยพอควร แต่ด้วยความร่วมมืออย่างดีมากของประชาชน จึงสามารถรับมือได้ดี แนวทางหลักคือ กำจัดโรคให้หมดไป ตอนนั้นไม่มีวัคซีน พอปี 64 เชื้อกลายพันธุ์เป็นหลายพันธุ์ และเกิดการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น คือเดลตา ทำให้มาตรการเดิมไม่ได้ผล จึงมีมาตรการ ใหม่ และคนไทยใช้ชีวิตนิวนอร์มอล พอปี 2021 รณรงค์ฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ แผนฉีด ได้ 100 ล้านโดสในปี 64 คุมได้ดีระดับหนึ่ง” นพ.โอภาสกล่าวว่า เข้าปี 65 คาดหวัง จะพยายามทำให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น ให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ มี 3 ปัจจัย เชื้อโรคกับคน อยู่ได้กันอย่างสมดุล โดยเชื้อต้องอ่อนแรง ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่จะแพร่กระจายได้มากขึ้น ซึ่งตรงกับโอไมครอน , ต้องมีภูมิ เกิดจากฉีดวัคซีน โดยปี 65 จะฉีดในเข็ม 3-4 ขึ้นไป โดยรัฐบาลได้เตรียมวัคซีนแล้ว จากนั้นจะสู่จุดสมดุล ติดได้ ไม่ป่วยหนัก กระทรวงสาธารณสุขรองรับได้ มีวัคซีนป้องกัน เป็นสิ่งคาดหวังจะได้รับความร่วมมือ ให้กลับมาใช้ใกล้เคียงปกติ “อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอาการหนัก ตาย ลดแต่มีสัญญาณติดเชื้อเพิ่ม จากคนกลับบ้าน ระบาดเป็นกลุ่มก้อนจะมีมากขึ้น ร้านอาหารผับบาร์ ขาดการควบคุมกำกับสำหรับประชาชนกลับปีใหม่ ให้เฝ้าระวังสังเกตอาการ 14 วัน ถ้าเวิร์กฟรอมโฮมได้ อยากให้เวิร์กฟรอมโฮมให้ได้มากที่สุดในช่วง 14 วันนี้ รวมทั้ง ให้ตรวจเอทีเคสม่ำเสมอ สำหรับสถานพยาบาลสาธารณสุข ได้ส่งการให้เร่งฉีดวัคซีน สำหรับเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนโรงงานและบริษัท ไม่อยากให้ปิด เพราะไม่มีผลดี จะทำงานเกิดการเดินทางกลับบ้าน โดยหากพบติดเชื้อให้แยกออกมาเพื่อรักษา” นพ.โอภาสยังกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ฉีด 2 เข็มแล้ว ก่อนวันที่ 1 พ.ย. 64 ไม่ว่าเป็นวัคซีนชนิดใด ให้มารับเข็ม 3 ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน สำนักอนามัยกทม. รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขจะได้รับเข็ม 4 ให้ครอบคลุม