ยกเลิกพื้นที่สีแดง

คุณภาพชีวิต16 ธ.ค. 2564 • 17:10 น.
ยกเลิกพื้นที่สีแดง
"นายกฯ"เซ็นยกเลิกพื้นที่สี"แดง-แดงเข้ม" เหลือแค่พื้นที่ควบคุม 39 จังหวัด มีผล 16 ธ.ค. "ไทย"พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 3,684 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 26 คน ด้าน"องค์การอนามัยโลก"เตือนเชื้อกลายพันธุ์"โอไมครอน" สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงได้ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.64 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 23/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง และพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (2) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย จึงมีคำสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรการตามข้อกำหนดฯ สำหรับเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง และพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายคำสั่งนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย วันที่ 16 ธ.ค.64 ว่า รอบ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,684 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 3,540 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 144 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จำนวน 2,153,097 ราย ทั้งนี้ รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 4,531 ราย รวมหายป่วยสะสม 2,087,806 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 45,442 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 26 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 21,286 คน ขณะที่ แพทย์หญิงมาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าแผนกโรคโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนสามารถแสดงอาการของโรคได้ตั้งแต่อาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการเลย ไปจนถึงอาการหนัก หรือเสียชีวิต ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงไม่ควรมองว่าเชื้อกลายพันธุ์นี้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง นอกจากนี้ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อโอไมครอนจะทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้นด้วย ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ความเสี่ยงจากเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนยังคงอยู่ในระดับสูงมาก โดยเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวกำลังแพร่ระบาดในอัตราที่รวดเร็วกว่าเชื้อสายพันธุ์อื่น และมีแนวโน้มที่จะระบาดไปในทุกประเทศทั่วโลก หลังพบแล้วใน 77 ประเทศ ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลกมีความกังวลต่อการที่ประเทศส่วนใหญ่เข้าใจว่าเชื้อโอไมครอนนั้นไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าเชื้อโอไมครอนทำให้เกิดอาการของโรคที่รุนแรง น้อยกว่าหรือมากกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ก่อนหน้า และแม้ถึงว่าเชื้อโอไมครอนจะไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง แต่การที่เชื้อสายพันธุ์นี้แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วก็จะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศนั้นๆ ได้