“สธ.” เผยข้อมูลแอฟริกาใต้ ติดโอไมครอนพบภูมิขึ้นทั้งที่ฉีด-ไม่ฉีดวัคซีน
ระบุภูมิที่สูงขึ้นป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ถึงกว่า 4 เท่า แต่ไม่ได้เกิดกับทุกราย กรมวิทย์กำลังรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อในไทย ชี้หากเป็นจริง การติดโอไมครอนคงไม่ใช่ข่าวร้าย ย้ำอย่าตื่นโควิดและหวัดใหญ่รายแรกของโลก เชื้อคนละชนิดกัน ไม่ได้เกิดง่าย และมีวัคซีนป้องกันทั้งสองโรค
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.65 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์สายพันธุ์โอไมครอนว่า จากการศึกษาในแอฟริกาใต้ พบผู้ที่ติดเชื้อโอไมครอน 14 วัน ปรากฏว่า มีภูมิคุ้มกันขึ้นทั้งในผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วและยังไม่ได้ฉีด โดยมีข้อสังเกตสำคัญพบผู้ที่ติดโอไมครอน ภูมิที่สูงขึ้นสามารถป้องกันเชื้อเดลต้าได้ 4 เท่ากว่า แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกราย หมายความว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนหรือแม้ไม่ฉีดเมื่อติดโอไมครอน หลังจากนั้น 14 วันจะมีภูมิกันเดลต้าได้ด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจ
ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังรวบรวมผู้ที่ติดเชื้อในประเทศไทย 2 สัปดาห์ หากเป็นจริงตามนี้ การติดโอไมครอนไม่ได้ มีผลร้ายอย่างเดียว ยังช่วยป้องกันเดลต้าได้ อย่างไรก็ตาม ไม่สนับสนุนให้ไปติดโอไมครอน ต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนต้องป้องกันตัวเองสูงสุด และอย่าลืมไปรับวัคซีน
ส่วนกรณีที่พบผู้ติดเชื้อโควิดและไข้หวัดใหญ่พร้อมกันเป็นรายแรกของโลกที่อิสราเอลนั้น นพ.ศุภกิจกล่าวว่า สองโรคนี้เกิดจากเชื้อคนละชนิดกัน เป็นเชื้อไวรัสคนละสายพันธุ์ รวมกันไม่ได้ แต่คนเราสามารถติดเชื้อทั้งสองแบบนี้ได้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นง่ายทั่วโลก เพิ่งพบครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยไข้หวัดใหญ่ จะแรงกว่าอาการปกติ มีไข้ไอเจ็บคอ ปวดบวมเสียชีวิตได้ ซึ่งตามข่าวผู้ป่วยรายดังกล่าวอาการไม่รุนแรง โดยในทางการแพทย์เกิดได้ จึงไม่ต้องกังวล ท้ังนี้ มีวัคซีนป้องกันทั้งสองโรคได้ คงไม่ต้องวิตกกัน โดยการป้องกันตนเองยังคงเป็นมาตรการสำคัญ