คืนพื้นที่ปลอดภัย! ทัพภาค 1 ลุยเก็บกู้ระเบิดชายแดนกว่า 3 แสน ตร.ม.แม้ถูกกัมพูชาสอดแนม-ขัดขวาง

ภูมิภาค12 ต.ค. 2568 • 20:27 น.
คืนพื้นที่ปลอดภัย! ทัพภาค 1 ลุยเก็บกู้ระเบิดชายแดนกว่า 3 แสน ตร.ม.แม้ถูกกัมพูชาสอดแนม-ขัดขวาง




กองทัพภาคที่ 1 เดินหน้าเก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว สามารถดำเนินการไปได้กว่า 15,000 ตร.ม. จาก 29,000 ตรม. ตั้งเป้า 100,000 ตร.ม.จากพื้นที่ทั้งหมด กว่า 3 แสนตารางเมตร สำหรับภารกิจการเก็บกู้ระเบิด กกล.บูรพา ยังคงเดินหน้าดำเนินการตรวจสอบค้นหาวัตถุระเบิดที่คาดว่าตกค้างในพื้นที่บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยหน่วยได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์พร้อมอุปกรณ์ตรวจค้น รถถากถางหุ้มเกราะ D5, เครื่องจักร GCS-200 , จนท.หน่วย ช.สนาม 7 ชุด และได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ร่วมปฏิบัติการเพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยครอบคลุมอธิปไตยของไทยทั้งหมด หากตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป


กองทัพภาคที่ 1 โดย พ.อ.ภิชฌยุทธ พรหมโท รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ,พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.12 และ พ.ท.ศราวุธ สระทองเทียน นายทหาร ช.พัน 2 ผู้ควบคุมดูแลการเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว ภายหลังศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ TMAC กองบัญชาการกองทัพไทย จัดชุดเครื่องจักรกวาดล้างทุ่นระเบิดเข้าปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดและสรรพาวุธ GTS200 เพิ่มเติม ซึ่งจัดซื้อโดยเงินของสหรัฐอเมริกา


สำหรับการปฏิบัติงานเก็บกู้วัตถุระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดกองกำลังบูรพา และทหารช่าง ช.พัน 2 รวมทั้งพื้นที่่ด้านหน้าแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงและผ้าสแลนดำ บริเวณชุมชนบ้านเปรยจันทร์ ฝั่งกัมพูชา ซึ่งไม่มีมวลชนกัมพูชา แต่ส่วนหนึ่งไปเฝ้าดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารใกล้กับแนวรั้วลวดหนามพื้นที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมกับทหารกัมพูชา ไม่ถึง 10 คน
 


ทั้งนี้ พ.ท.ศราวุธ สระทองเทียน นายทหาร ช.พัน 2 ผู้ควบคุมดูแลการเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของศูนย์ทุ่นระเบิดแห่งชาติที่ต้องดำเนินการทั้งหมดประมาณ 300,000 ตารางเมตร แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะดำเนินการเก็บกู้ในพื้นที่ 100,000 ตร.ม. และขณะนี้โซนที่กำลังดำเนินการอยู่จำนวนกว่า 29,000 ตร.ม. ขณะนี้สามารถเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยได้แล้วกว่า 15,000 ตร.ม.คาดว่า จะสามารถเคลียร์พื้นที่นี้ให้เสร็จได้ภายใน 7 วัน เบื้องต้นสามารถตรวจพบระเบิดสังหารบุคคลได้แล้ว จำนวน 3 ทุ่น สภาพพร้อมใช้งานและเป็นทุ่นระเบิดเก่า เมื่อวานนี้ซึ่งถือเป็นวันที่สองของปฏิบัติการ ซึ่งต้องตรวจอย่างละเอียดและตรวจพบโดยคนตรวจทั้งนั้น รวมทั้งต้องมีการ รปภ.ตลอดเวลาเพราะมีฝั่งกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์ด้วย

ด้าน พ.อ.ภิชฌยุทธ พรหมโท รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า การเก็บกู้ในพื้นที่นี้เป็นแผนอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะถูกขัดขวางจากฝั่งกัมพูชา และการดำเนินการครั้งนี้อุปสรรคคือฝน ถ้าฝนก็ไม่สามารถทำได้ หากจะทำให้ได้ครบทั้ง 4 โซนจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนี้ก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ ตามแผน ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ก็จัดระดับความเร่งด่วนในการปฏิบัติ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เรามีแผนปฏิบัติก็ดำเนินการก่อน สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนไทย ซึ่งถือว่า เป็นการนับ 1 ในการคืนพื้นที่ให้คนไทย โดยพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่อธิปไตยเรา เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แค่ทำหนังสือแจ้งเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด เราสามารถทำได้เลย เพราะมันเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทยอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเค้าจะอ้างว่า มันเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ เราก็ไม่อยากให้มีปัญหา แต่ตอนนี้พอเราสามารถทำได้ก็ทำเลย

ส่วนการตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่ม พ.อ.ภิชฌ์ยุทธ กล่าวว่า อาจจะเจอเพิ่ม เพราะเราตรวจพบแล้ว 3 ทุ่น ซึ่งปกติจะวางเป็นแนวไป เพียงแต่ว่า ต้องถากถางแนวป่าด้านหน้าเพิ่ม เพื่อตรวจสอบเก็บกู้ต่อเนื่อง ส่วนการสื่อสารกับกัมพูชานั้น พบว่า มีการมาสังเกตการณ์และพยายามจะฟ้องว่า เราเข้ามาทำในพื้นที่ของเค้า ซึ่งเราก็เห็นว่า ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และทางหน่วยงานของไทยยังยืนยันจะเดินหน้าเก็บกู้ต่อไป

#ภูมิภาค-40