"โสภณ ซารัมย์” ลุยบุรีรัมย์ ขับเคลื่อน “Quick Big Win” แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ
“โสภณ ซารัมย์” ลุยเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Big Win” รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ที่ จ.บุรีรัมย์ พบสาเหตุการเสพยา เพื่อเพิ่มแรงในการทำงาน และปัญหาความขัดแย้งและแตกแยกภายในครอบครัว
วันที่ 1 พ.ย. 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Big Win" ติดตาม เร่งรัด โครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยมี นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายอำเภอ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพุทไธสง , อำเภอคูเมือง, อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์, อำเภอนาโพธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผอ.รพ.สต. และผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ
โดยได้เน้นย้ำแนวทางการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน พร้อมลงพื้นที่เยี่ยม “มินิธัญญารักษ์พุทไธสง (บ้านทอแสงตะวัน)” ซึ่งมีผู้เข้ารับการบำบัด จำนวน 31 คน
ในโอกาสนี้ มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) โดย พันตำรวจเอก สมยศ พื้นชัยภูมิ ยังได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของบ้านทอแสงตะวัน จำนวน 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมกิจกรรมบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่
หลังจากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางต่อไปยัง ศูนย์ฟื้นฟูรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติด วัดสมศรี อำเภอนาโพธิ์ ซึ่งเปิดค่ายบำบัดภายใต้ความอนุเคราะห์ของ พระครูโพธิคุณากร รองเจ้าคณะอำเภอนาโพธิ์ โดยมีนายอำเภอ ผู้กำกับการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ผอ.รพ.สต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมให้การต้อนรับ และให้กำลังใจผู้บำบัดในค่าย จำนวน 43 คน
ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้บำบัด พบว่าสาเหตุหลักของการเสพยาเสพ มีสาเหตุจาก การเสพเพื่อเพิ่มแรงในการทำงาน และปัญหาความขัดแย้งและแตกแยกภายในครอบครัว
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า “การป้องกันต้องดำเนินการควบคู่กับปราบปราม” ดังนั้น การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่อาจพึ่งการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง ภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และครอบครัว เพื่อจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้ผู้มีความเสี่ยงได้รับความรู้ มีอาชีพ และสามารถดูแลตนเองได้จึงจะแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
"อย่างไรก็ดี ขอให้ผู้นำได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ในการให้โอกาสแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัด ได้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุข" นายโสภณ กล่าวย้ำ.
ภูมิภาค-54