"ทัพเรือ" ไม่เคลื่อนไหว! ไร้คำสั่งปล่อย18 เชลยศึกกัมพูชา ผู้นำท้องถิ่นยันด่าน "ผักกาด" สงบดี
วันที่ 9 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ การปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พบว่า บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบสงบ ไร้ความเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวเชลยตามกระแสข่าว โดยเฉพาะฝ่ายทัพเรือยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือมีคำสั่งเตรียมความพร้อม
ด้านเจ้าหน้าที่ทหาร ชค.ทพ.นย.4 ประจำด่านยังคงย้ำการกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่านตามปกติ คือ เปิด-ปิดด่าน 9.00 น. - 15.00 น. ส่วนด้านมนุษยธรรม ยังคงอนุโลมเปิดด่านก่อนเวลาเพื่อให้นักเรียนลูกครึ่งกัมพูชา-ไทย เดินทางกลับไปเรียนฝั่งกัมพูชา และให้กลับเข้ามาหลัง 15.00 น. ส่วนชาวกัมพูชาที่เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ให้มีการประสานงานผ่านทาง ตม.จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม
ส่วนกระแสข่าวปล่อยตัว18 เชลยกัมพูชา ที่ด่านผักกาด ในวันที่ 12 พ.ย. 68 ตามแถลงการณ์ของกองทัพบก แม้ว่าจะเป็นหลักการ แต่ก็ทำให้เกิดการถกเถียงโต้แย้งของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เป็นด้วย
นายอรรธวุฒิ เวชปรีชา กำนันตำบลคลองใหญ่ เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงก่อนการปล่อยตัวเชลยศึก ที่มีเงื่อนไว้ว่า “ฝ่ายกัมพูชาจะต้องถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะ บีเอ็ม 21 (BM-21) และอนุญาตให้ทหารไทยเข้าไปดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่กำหนด” ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้รัฐบาลได้ย้ำว่าต้องมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ได้พูดคุยกันไว้ก่อน ถึงจะมีการปล่อยตัวเชลยศึก
ส่วนปฏิกิริยาของชาวบ้านในชุมชน ยืนยันว่า "โดยบริบทของคนชายแดน พื้นที่ตรงนี้ไม่มีปัญหาในการสู้รบ และการกระทบกระทั่ง ถือว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่" โดยชี้ว่าชาวบ้านในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน และ สอยดาว ยังคงใช้แรงงานและมีชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการ เก็บลำไย ทำให้ภาพรวมความสัมพันธ์ในพื้นที่ยังคงปกติ
กำนันอรรธวุฒิ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะนำสถานการณ์ล่าสุดบริเวณหน้าด่านไปแจ้งให้ลูกบ้านรับทราบ พร้อมเตือนให้ประชาชน "เสพสื่อข่าวสารจาก หน่วยงานราชการ และ แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ อย่าฟังข่าวที่เป็น ข่าวเฟคนิวส์ ที่จะสร้างความเกลียดชัง หรือความสับสนต่าง ๆ ในพื้นที่"
ขณะเดียวกัน กระแสข่าวการปล่อยตัว 18 เชลยที่ด่านผักกาดในวันที่ 12 พ.ย. 68 ทำให้เกิดการโต้แย้ง ของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้บางส่วนยังคงเห็นว่า การปล่อยตัว 18 เชลยยังไม่เหมาะสม เนื่องจากมองว่าฝ่ายกัมพูชายังไม่มี ความจริงใจที่ชัดเจน ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ พร้อมกันนี้ยังได้มีการตั้งคำถาม ถึงการบริหารจัดการปัญหา โดยชี้ว่า เชลย 18 นายถูกจับในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพบก ไม่ควรโยนเผือกร้อนมาให้ทางชายแดนจันทบุรี เป็นผู้จัดการปัญหาแต่เพียงฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ยังเกรงว่าการผลักดันปัญหานี้มายังชายแดนจันทบุรี อาจ สร้างปัญหาความขัดแย้ง และความตึงเครียดรุนแรงตามมาได้ ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในพื้นที่นี้ยังคงปกติดีอยู่
ภูมิภาค-17