ขยะทะเลมหึมากลางอันดามัน! จิตอาสากว่า 500 คนกู้ ‘อวน–เชือก–พลาสติก’ จากหมู่เกาะตะรุเตาเกือบ 3 ตัน

ภูมิภาค17 พ.ย. 2568 • 09:15 น.
ขยะทะเลมหึมากลางอันดามัน! จิตอาสากว่า 500 คนกู้ ‘อวน–เชือก–พลาสติก’ จากหมู่เกาะตะรุเตาเกือบ 3 ตัน

จิตอาสา–นักดำน้ำกว่า 500 คนร่วมฟื้นฟูทะเลสตูล เก็บกู้ขยะใต้น้ำจากหมู่เกาะตะรุเตา–เกาะราวี พบเศษอวน เชือก และพลาสติกจำนวนมาก น้ำหนักรวมเกือบ 3 ตัน ในโครงการรักษ์เล ป่า เปิดฟ้าอันดามัน ครั้งที่ 23 เพื่อเตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว

ทีมนักดำน้ำจิตอาสาลงพื้นที่ฟื้นฟูทะเลสตูลตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนพบ “กองขยะมหึมา” ใต้ท้องทะเล ทั้งเศษเชือกอวนประมงพันเกี่ยวปะการัง แนวหินใต้น้ำเป็นจำนวนมาก การเก็บกู้ต้องใช้จิตอาสาหลายสิบคนช่วยกันดึงขึ้นเหนือผิวน้ำ คาดน้ำหนักรวมไม่น้อยกว่า 1 ตัน

พื้นที่ถัดมาที่ เกาะราวี ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำตื้นสำคัญของนักท่องเที่ยว ทีมดำน้ำอีกชุดราว 30 คนต้องปฏิบัติการอย่างละเอียดอ่อน เนื่องจากพบบริเวณแนวปะการังเขากวางและปะการังสมองถูกขวดแก้ว เศษพลาสติก และเศษอวนคลุมทับจนเสี่ยงต่อการตายของระบบนิเวศ ปฏิบัติการเก็บกู้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ก่อนจะสามารถนำขยะใต้น้ำขึ้นมาได้รวมเกือบ 3 ตัน

นายธนิตศักดิ์ ธนาศักดิ์กุลศิริ กลุ่มดำน้ำจิตอาสา “สตูล28” และมัคคุเทศก์ดำน้ำพื้นถิ่น เปิดเผยว่า “ปริมาณขยะปีนี้มากกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน การดำน้ำเก็บขยะคือการแก้ปลายเหตุ ที่น่าห่วงคือเศษอวนที่ยังถูกทิ้งลงทะเลจำนวนมาก อยากให้ผู้ประกอบการประมงมีจิตสำนึกมากกว่านี้ เพราะสิ่งที่เห็นวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ใต้ทะเลยังมีอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไปเก็บไม่ได้”

ภารกิจกู้คืนระบบนิเวศทางทะเลครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการรักษ์เล ป่า เปิดฟ้าอันดามัน ครั้งที่ 23” ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลร่วมกับ อุทยานแห่งชาติตะรุเตาจัดต่อเนื่องทุกปี ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

โดยมีจิตอาสาและนักท่องเที่ยวกว่า 500 คน ร่วมทำความสะอาดทั้งบนบกและใต้น้ำ ตั้งแต่เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะราวี จนถึงเกาะหลีเป๊ะ เพื่อสร้างความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมสื่อสารให้ผู้มาเยือนร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กิจกรรมจัดต่อเนื่องตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15–17 พฤศจิกายน 2568 ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 15 พ.ย. เพียงวันเดียว สามารถเก็บขยะได้ถึง 1,200 กิโลกรัม

การลงแรงของอาสาสมัครครั้งนี้ไม่เพียงฟื้นฟูหมู่เกาะ แต่ยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่ต้องการรักษา “สมบัติล้ำค่าใต้ทะเล” ของสตูลให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

#ภูมิภาค-82