ชาวบ้านกรวดผวาปะทะรอบสอง! แห่นำยางพาราขายวันละ 20–30 ตัน หาเงินสำรองอพยพ
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด ชาวสวนยางบ้านกรวด บุรีรัมย์ เร่งนำยางพาราออกขายวันละ 20–30 ตัน หวั่นปะทะรอบใหม่จนต้องอพยพ ทั้งที่ราคารับซื้อยางขยับดีขึ้นหลายบาทต่อกก. พร้อมวอนรัฐบาล–ทหารจัดการสถานการณ์ให้ยุติโดยเร็ว
วันที่ 17 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตาม สถานการณ์ความเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ต.จันทบเพชร ต.สายตะกู และ ต.โคกกระชาย อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยพบว่า ได้มีชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน ที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารา ต่างเร่งทยอยนำยางพาราพาราก้อนถ้วย ออกมาขายให้กับสหกรณ์กองทุนสวยยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งให้ราคาดีกว่าลานรับซื้อยางพาราทั่วไป
โดยให้ราคารับซื้อ ยางเครป รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม 30-32 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่รับซื้อกิโลกรัม 29-30 บาท น้ำยาง รับซื้อที่กิโลกรัมละ 54 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่รับซื้อกิโลกรัมละ 50 บาท และยางก้อนถ้วยรับซื้อที่กิโลกรัมละ 24-26 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่รับซื้อกิโลกรัมละ 22-23 บาท ทั้งยังพบว่า แนวโน้มราคารับซื้อยางพาราจะดีขึ้นตามลำดับ และดีกว่าช่วงก่อนที่จะมีการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉลี่ยขณะนี้พบว่า ที่ สหกรณ์กองทุนสวยยางนิคมบ้านกรวด จำกัด มีเกษตรกรชาวสวนยางพารานำยางพารมาจำหน่ายเฉลี่ย 20-30 ตันต่อวัน
ส่วนสาเหตุที่เกษตรกรชาวสวนยางพารารีบนำยางพารามาขาย ให้เหตุผลว่าเพื่อนำไปไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และบางส่วนเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินในการอพยพ หากมีการสู้รบกันอีกครั้งของไทย-กัมพูชา เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงไม่มีความมั่นใจ ในสถานการณ์ชายแดนที่เกิดขึ้นปัจจุบัน หลังมีทหารไทยเหยียบกับระเบิด ที่ฝ่ายกัมพูชาลักลอบนำมาวางไว้ ขณะออกลาดตระเวนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และความตึงเครียดระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่เผชิญหน้ากันขณะออกลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยแนวชายแดน
รวมถึงกระแสข่าวการกระทำที่ยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงเกรงว่าอาจจะเป็นชนวนเหตุ ทำให้เกิดการสู้รบกันขึ้น ซึ่งหากมีการสู้รบกันจริง ก็อาจจะไม่สามารถเข้าไปกรีดยางได้ ทำให้ขาดรายได้ และต้องอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งต้องมีใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีก จึงจำเป็นจะต้องรีบนำยางพาราออกไปขายดังกล่าว
นายชำนาญ จันหลั่ง อายุ 42 ปี ชาวบ้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตนเองปลูกยางพารา 2,000 ต้น ผลผลิตตอนนี้ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจในสถานการณ์แนวชายแดน จึงจำเป็นต้องรีบนำยางพาราที่กรีดไว้แล้วออกมาขายก่อน ซึ่งพบว่าตอนนี้ราคายางพารามีราคาดีกว่าตอนที่ยังไม่ปิดด่านชายแดน ที่เมื่อก่อนยางก้อนถ้วยที่เป็นขี้ยาง มีราคารับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 10 กว่าบาท แต่ตอนนี้มีราคาอยู่ที่ 20 กว่าบาท จึงอยากให้รัฐบาลและทหาร เร่งรีบจัดการให้จบสิ้นโดยเร็ววัน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องพะวงในการอพยพ เพราะมันหลายครั้งหลายคราแล้ว
ด้าน นายสุรศักดิ์ ยอมประโคน อายุ 49 ปี ชาวบ้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ปลูกยางพาราไว้ 5-6 ไร่ วันนี้เอายางพาราก้อนถ้วย มาทำเครปยางส่งขาย เนื่องจากยางเครปจะมีราคาสูงกว่ายางก่อนถ้วยทั่วไป หรือขี้ยาง ซึ่งราคารับซื้อยางพาราช่วงนี้ ดีขึ้นกว่าช่วงที่ยังไม่ปิดด่านชายแดน โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 4-5 บาท จะว่ารีบก็รีบขายเพราะว่าเหตุการณ์ชายแดนยังไม่ปกติ อีกทั้งไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เพื่อที่อย่างน้อยจะได้มีเงินสดติดตัวไว้หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก
ขณะที่ นายณรงค์ฤทธิ์ จริงประโคน อายุ 25 ปี ชาวบ้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ปลูกยางพาราไว้ 2 ไร่ หลังหมดฝนจึงรีบกรีดยางแล้วนำขี้ยางพารามาขาย เพราะยังวิตกกับสถานการณ์ชายแดนปัจจุบัน ประกอบกับช่วงนี้ราคารับซื้อยางพารา ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ที่รับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 20-22 บาท แต่ปัจจุบันราคารับซื้ออยู่ที่ 24-25 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่ามีราคาดีกว่าที่ยังไม่ปิดด่านชายแดน
#ภูมิภาค-54