เตือนภัย! สาวใหญ่ผวา ถูกหนุ่มขี่จยย.ตามประกบทุบรถกลางถนนพหลโยธิน

ภูมิภาค22 ธ.ค. 2568 • 18:04 น.
เตือนภัย! สาวใหญ่ผวา ถูกหนุ่มขี่จยย.ตามประกบทุบรถกลางถนนพหลโยธิน

หญิงวัย 47 ปี ร้องเรียนถูกชายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบทุบรถช่วงเช้ามืด บนถนนพหลโยธิน ขาเข้าสระบุรี เหตุเกิดพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ผู้เสียหายเร่งหนีจนพ้นอันตรายก่อนแจ้งความเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวัง แนะติดกล้องหน้ารถเป็นหลักฐานป้องกันเหตุไม่คาดคิด

วันที่ 22 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาววนิตา หรือนก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ว่า ช่วงเวลาประมาณ 04.40 น. ของวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนเอง ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพฯ มาตามถนนพหลโยธิน (ขาเข้าสระบุรี) ช่องทางคู่ขนาน ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อที่จะเข้ามาซื้อของภายในตลาดสดหนองแค และเมื่อถึง กม.ที่ 84-85 ได้มีชายรูปร่างท้วม สวมหมวกกันน็อกสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ได้ขี่รถตีคู่ตามประกบรถของตน จากนั้นใช้มือทุบไปที่กระจกรถด้านข้างรถของตนเอง ตนเองพยายามที่จะเหยียบคันเร่งหนี แต่คนขับรถจักรยานยนต์ก็บิดคันเร่งตามรถตนเอง

จากนั้นได้ถอดหมวกกันน็อกออกแล้วตีมาที่ตัวรถของตนเอง ซึ่งทำให้ตนเองตกใจกลัวมาก จึงได้เหยียบคันเร่งไปที่ 100 กว่า กม./ชม. ซึ่งเขาก็พยายามที่จะเร่งตามตนเองจนมาถึงทางทางแยกที่จะเลี้ยวเข้าตลาดหนองแค และมีแสงไฟที่สว่าง เข้าจึงได้หยุดตามตนเองเอง แล้วคนที่รถจักรยานยนต์ยังหันหน้ามาแสยะยิ้มให้ แบบว่าจะเอาเรื่องตนเองให้ได้ ซึ่งตนเองมองว่าตนเองก็เป็นผู้หญิงด้วย และก็ไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุประสงค์อะไรต่อตน แต่ตนเองคิดว่าคงจะไม่ประสงค์ดีต่อตนเองเป็นแน่ เนื่องจากว่ามีการใช้หมวกกันน็อกมาทุบที่รถของตนเองด้วย ซึ่งตนเองเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากว่าตนเองต้องวิ่งรถไปซื้อของทุกวันที่ตลาดสดหนองแค ตอนนี้ตนเองต้องเปลี่ยนเส้นทางวิ่งรถ ซึ่งตนเองก็ได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.หนองแค ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ตนเองไปหาข้อมูลกล้องวงจรปิดเองตมเส้นทางที่เกิดเหตุ ตอนนี้ตนเองรู้สึกกลัวมาก และไม่เคยเหยียบรถถึง 110-120 เลย สั่นไปทั้งรถ และคน ตนเองก็ไม่รู้ว่าเขามาด้วยจุดประสงค์อะไร ซึ่งตนเองก็มั่นใจว่าตนเองไม่ได้ขับรถปาดหน้าเขา เนื่องจากว่าเขามาจากทางด้านหลังรถของตนเอง

นางสาววนิตา กล่าวเสริมว่า หลังจากเกิดเหตุตนเองจึงได้ติดกล้องหน้ารถ-รถไว้ เนื่องจากคิดว่าการมีกล้องวงจรปิดที่รถจะสามารถช่วยตนเองได้ เนื่องจากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ซึ่งถ้าเรามีกล้องก็ยังสมารถช่วยให้เราได้มีข้อมูลขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งที่ผ่านมารถของตนเองไม่มีกล้องหน้ารถ ทำให้ตนเองต้องออกมาหาข้อมูลเองให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

#ภูมิภาค-41

แท็กที่เกี่ยวข้อง