“ทบ.” แจงเบี้ยเลี้ยงทหารชายแดนล่าช้า เหตุจัดงบไม่ทัน ชี้ดูแลแล้ว 3-4 หมื่นนาย ฮึ่มฟันวินัยหนักหากพบ “อมเบี้ยเลี้ยง”

ภูมิภาค29 ม.ค. 2569 • 17:58 น.
“ทบ.” แจงเบี้ยเลี้ยงทหารชายแดนล่าช้า เหตุจัดงบไม่ทัน ชี้ดูแลแล้ว 3-4 หมื่นนาย ฮึ่มฟันวินัยหนักหากพบ “อมเบี้ยเลี้ยง”

โฆษก ทบ. แจงเบิกเบี้ยเลี้ยงทหารชายแดน 3-4 หมื่นนายล่าช้า ติดขั้นตอนจัดทำงบประมาณ ฮึ่มฟันวินัยหนักหากพบใคร “อมเบี้ยเลี้ยง”

 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.69 พล.ต.วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบกและ โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทหารในพื้นที่สู้รบชายแดนไทยกัมพูชาที่ล่าช้าพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำในเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง ว่า ทันทีที่ทราบเรื่องผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการทันที เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นก่อนหน้านี้หน้าสองถึง 2-3 สัปดาห์ ถ้ามองตามหลักธรรมชาติเราต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับเพื่อนร่วมงานอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีการจัดกำลังขึ้นไปสมทบเป็นจำนวนมากใช้บุคลากรรวมแล้วประมาณ 30,000-40,000 นาย จึงไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณใช้จ่ายประจำปีซึ่งงบประมาณประจำปีได้จัดไว้สำหรับกำลังพลปกติจำนวน 7,000-8,000 นาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์สู้รบผู้บัญชาการทหารบกจึงมีการตัดสินใจจัดไปจำนวนมากขึ้น ซึ่งพอจำนวนมากขึ้นแต่การพิจารณางบประมาณปกติได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปีในเดือนมิถุนายน จึงต้องมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตามที่รัฐบาลออกแบบไว้คือการใช้งบกลาง

 

แต่ในส่วนของเดือนตุลาคมทางกองทัพบกได้ทราบจำนวนแล้วจึงได้ทำของบประมาณไปตามขั้นตอนและได้งบประมาณมาในช่วงสัปดาห์ที่แล้วก่อนที่จะนำส่งไปยังหน่วยต่างๆโดยขั้นตอนต่อจากนี้ทางหน่วยจะจ่ายให้กับกำลังพล แต่ก่อนนั้นทางกองทัพบกได้แก้ปัญหาโดยใช้เงินสำรองจ่ายทั้งหมดไปดูแลเป็นเบี้ยเลี้ยงเพราะงบกลางที่กองทัพบกได้ขอรัฐบาลยังอยู่ในขั้นขั้นตอนการรออนุมัติ ซึ่งได้ใช้ งบไปทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่บาทเดียวโดยนำไปเฉลี่ยให้กับกำลังพลซึ่งเป็นพลทหารเป็นหลักก่อนส่วนกำลังพลนายสิบจะได้แค่บางส่วนก่อนเท่านั้น ซึ่งก็เป็นวิธีการบริหารจัดการ บางครั้งทางหน่วยอาจสื่อสารได้ไม่ละเอียด เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้ความสำคัญเพราะหัวใจหลักของกองทัพบกคือการดูแลกำลังพล จึงนำเงินสำรองจ่ายไปเฉลี่ยให้กับกำลังพล แต่กำลังพลก็อาจจะยังรับทราบไม่ทั่วถึง

 

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ประเด็นอื่นๆที่มีความตั้งใจจะไม่ทำตามแนวทางนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ถ้าเกิดมีการกระทำที่ผิดไปจากนี้ต้องได้รับโทษหนักอย่างแน่นอนเพราะถือว่าไม่สามารถบริหารจัดการสิ่งที่ควรจะทำได้เหมาะสม

 

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์อมเบี้ยเลี้ยงในครั้งนี้จะให้ความมั่นใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างไรบ้าง พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เรื่องแบบนั้นเป็นการทำผิดกฎระเบียบ หากถามว่ามีหรือไม่ถ้าทางกองทัพบกทราบก็ถือว่าต้องดำเนินการลงโทษในอดีตยอมรับว่าน่าจะมีแต่ในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นได้ยากแต่ด้วยที่กองทัพบกมีกำลังพลเป็นจำนวนมากเพราะฉะนั้นการดูแลจึงเป็นความท้าทายพอสมควรแต่ในท้ายที่สุดก็ต้องทำให้เรื่องนี้เหลือศูนย์ อย่างกรณีกำลังพลที่มีประวัติ กระทำความผิด ส่วนใหญ่จะเป็นระดับนายสิบหรือพลทหารด้วยกัน ถ้ามี 1% ใน 100,000 คนในทางทหารเราก็ถือว่ายอมรับไม่ได้ปัจจุบันหากรวบรวมมาก็น่าจะ 0.1% ในทางสันติก็น่าจะพอยอมรับได้แต่มันต้องไม่มีเลยในที่สุดตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก