- โฆษณา -

“สุชาติ” โวยซื้อเสียงฉะเชิงเทรา ซัด กกต. ทำงานช้า แจ้งเหตุแล้วแต่ไม่ลงพื้นที่

ภูมิภาค8 ก.พ. 2569 • 19:58 น.
“สุชาติ” โวยซื้อเสียงฉะเชิงเทรา ซัด กกต. ทำงานช้า แจ้งเหตุแล้วแต่ไม่ลงพื้นที่

"สุชาติ ตันเจริญ" แถลงพบเบาะแสซื้อเสียงเขต 3 ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านรับเงิน 1,000 บาท มีคลิป–หลักฐานแจ้งความแล้ว ซัด กกต.ทำงานล่าช้า ชี้การเมืองใช้เงินเลวร้าย กระทบประชาธิปไตย

วันที่ 8 ก.พ.69 เวลา 16.00 น. นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ส.ส.12 สมัย ได้เปิดสำนักงานที่บริเวณสี่แยกพนมสารคามแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ได้พบเบาะแสว่ามีการใช้เงินซื้อคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้มีชาวบ้านรายหนึ่ง ได้รับเงินเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท หมายเลข 6ค9672817 จำนวน 1 ใบ เหตุเกิดภายในร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านนาโพธิ์ ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

- โฆษณา -

เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.25 น. ที่ได้มีการเรียกให้คนเข้าไปรับเงิน และขอให้ลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครรายหนึ่ง ส่วนพรรคจะลงหมายเลขใดก็ได้ ก่อนนำพยานหลักฐานเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ ร.ต.อ.อนุรักษ์ หนักแน่น รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทราไว้แล้วเมื่อเวลา 14.21 น. โดยมีพยานหลักฐานเป็นคลิปภาพวีดีโอและคลิปเสียงระหว่างการสนทนาพูดคุยกัน มามอบให้แก่พนักงานสอบสวนไว้แล้วด้วย เพื่อให้สอบสวนเอาผิด

ซึ่งการกระทำผิดในครั้งเป็นความผิดตามมาตรา 73 ที่มีการให้ทรัพย์สินที่มีมูลค่า ซึ่งเป็นเงินจำนวน 1 พันบาท เพื่อให้ลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงเป็นความผิดตามกฎหมาย ส่วนการเลือกตั้งในครั้งนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา เพราะมีการใช้เงินมหาศาลแบบไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยมีการซื้อเสียงกันแบบเดินแจกจ่ายกันตามบ้านเลย โดยเฉพาะเมื่อช่วง 2-3 คืนที่ผ่านมา แต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

เมื่อแจ้งต่อทาง กกต.ไปแล้ว ก็ไปกันล่าช้า จึงขอตำนิในเรื่องของการทำงานต่อทาง กกต.ด้วย เพราะเคยแจ้งต่อทางหัวหน้าชุดไปแล้ว ว่าควรจะมีชุดเคลื่อนที่เร็วเมื่อมีการแจ้งไปให้ทราบแล้วก็ควรจะมี จนท.ไปเลยในทันที แต่หลายครั้งแล้วก็ปรากฏว่าไปกันไม่ถึง ไม่ทันเวลาเลยสักครั้ง และก็ต้องยอมรับว่าในพื้นที่เลือกตั้งเขต 3 นั้นมันไกลมากเป็นร้อยๆ กม.หากจะมาจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ก็คงจะมาไม่ทัน

แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง มีการกระทำความผิดกันอย่างเปิดเผยและใช้เงินกันมหาศาล ที่ดูกันง่ายๆ นั้น ก็คือมีนักการเมืองมาจากคนพื้นที่อื่นไม่ใช่คนในเขต 3 แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะลงสมัครเพราะเป็นคน จ.ฉะเชิงเทรา แต่ไม่มีการมาปราศรัย หาเสียงก็ไม่เดินหาเสียง คนก็ยังไม่รู้จัก เมื่อทำโพลก็ไม่ขึ้นเลย ผลสุดท้ายก็ใช้เงินซื้อกันอย่างเดียว อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

จึงบอกได้ว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก สำหรับการเมืองยุคนี้ซึ่งไม่ควรจะมีแล้ว การเมืองควรจะมีการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตยที่ดีขึ้นไม่ใช่ถอยหลังลงคลองใช้เงินทองซื้อกันอย่างนี้ เมื่อไหร่จะพัฒนา ประชาธิปไตยได้ เมื่อไหร่จะดีขึ้น เมื่อไหร่จะมีนักการเมืองที่มือสะอาด ที่ทำผลงาน ที่เป็นผู้แทนของประชาชนจริงๆ ไม่ใช่นักการเมืองสีเทาที่มีแต่เงิน และก็หอบมาเพื่อที่จะให้ตนเองได้เป็นผู้แทนเพื่อจะทำธุรกิจสีเทาต่อไป ตามที่เป็นข่าวกันออกมาบ่อยๆ หลังเลือกตั้งเต็มไปหมด ว่าคนนี้ถูกจับ คนนี้ถูกเรียก พวกสีเทาทั้งหลายที่เป็นอดีตผู้แทน ฉะนั้นจะมีผู้แทนลักณะอย่างนี้เยอะมาก

"ไม่ต้องการเห็นสภาพอย่างนี้ในฐานะที่ตนเองเคยเป็น รมต. เป็นรองประธานสภา เป็นนักการเมืองมา 40 ปี เราไม่ต้องการเห็นสภาพการเมืองแบบนี้ในประเทศไทยอีกต่อไป โดยขณะนี้ยังมีข่าวว่ามีการใช้เงินกันเกือบทุกเขตใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีการใช้เงินกันมหาศาล ยกเว้นในเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่ไม่ได้ยิน จ.ฉะเชิงเทรา ในสมัยนี้เป็นจังหวัดที่มีการเลือกตั้งที่เลวร้าย เราไม่ต้องการเห็นอย่างนี้ในบ้านเมืองของเรา แต่ต้องการเห็นการแข่งขันกันโดยบริสุทธิยุติธรรม มีนักการเมืองที่มีประวัติดีๆ เบื้องหลังดีๆ และเข้าไปเป็นตัวแทนประชาชนจริงๆ" นายสุชาติ กล่าว