แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์ผวารอบ 3 หลังทหารเหยียบระเบิด วอนรัฐเร่งยุติพิพาท

ภูมิภาค12 ก.พ. 2569 • 19:19 น.
แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์ผวารอบ 3 หลังทหารเหยียบระเบิด วอนรัฐเร่งยุติพิพาท



แม่ค้าชายแดน อำเภอบ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์ หวั่นปะทะ รอบ 3  หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนช่องสะงำ  จ.ศรีสะเกษ  ขาขาด 1 นายโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บอีก 2 นาย วอนรัฐบาลและทหารเร่งจัดการให้จบโดยเร็ว   โอดอพยพแต่ละครั้งเดือดร้อน สูญเสียรายได้ แม้จะได้เงินเยียวยาแต่ก็ไม่สอดคล้องกับผลกระทบที่ได้รับ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ที่บริเวณชายแดนช่องสะงำ   อ.ภูสิง   จ.ศรีสะเกษ  วานนี้ (11 ก.พ.69) ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย   ในจำนวนนี้ มีทหารที่ขาซ้ายขาด 1 นาย ส่งผลให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนกลับมาตรึงเครียดอีกครั้ง 
       
ล่าสุด วันนี้ (12 ก.พ.69) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณชายแดน อำเภอบ้านกรวด   จังหวัดบุรีรัมย์ ก็พบประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ยังดำเนินชีวิตประจำวันกันตามปกติ แต่จากการสอบถามส่วนใหญ่ก็เริ่มมีความกังวล  ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่ฝ่ายกัมพูชา  มีการสร้างสถานการณ์ยั่วยุมาตลอด  จะทำให้มีการยิงปะทะกันอีกเป็นรอบที่ 3 หรือไม่   ซึ่งทั้งชาวบ้าน และแม่ค้า ต่างก็ไม่อยากให้มีการสู้รบกันอีก    เพราะการอพยพแต่ละครั้งส่งผลกระทบหลายอย่าง  ทั้งต้องทิ้งบ้านเรือน  ขาดรายได้ เพราะไม่สามารถทำมาหากินหรือค้าขายของได้  เพราะการสู้รบ 2 รอบ ที่ผ่านมา ก็ทำให้ชาวบ้าน เกษตรกร และพ่อค้าแม่ หลายคน  ต้องมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น   แต่เงินเยียวยาที่ได้รับไม่สอดคล้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง     
   

    
จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล  และทางกองทัพ เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาพิพาทแนวชายแดนให้จบลงโดยเร็ว   เพื่อที่ชาวบ้าน   พ่อค้าแม่ค้า จะได้ใช้ชีวิตและทำมาหากินเป็นปกติสุขเหมือนเดิม  ไม่ต้องคอยอยู่กันแบบหวาดระแวงเช่นนี้
                
น.ส.นารี เต็งรัมย์ แม่ค้าไก่ทอด  บอกว่า จากการยิงปะทะ 2 รอบ ที่ผ่านมา ต้องอพยพออกจากพื้นที่ไม่ได้ขายของ  ก็เดือดร้อนขาดรายได้ที่จะจุนเจือครอบครัว  และทุกวันนี้ก็ยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ไม่รู้จะรบกันอีกตอนไหน  ช่วงนี้ที่ไม่มีการยิงปะทะกัน  แม้จะกลับมาทำการค้าขายได้แล้ว   แต่ยอดขายก็ไม่ได้เหมือนเดิม   เพราะชาวบ้านที่เป็นลูกค้าก็เป็นคนชายแดนได้รับผลกระทบเหมือนกัน  
       


ก็อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา  ให้จบเบ็ดเสร็จไม่ต้องมีการสู้รบกันอีก  เพราะไม่อยากต้องมีการอพยพกันอีกแล้ว แต่หากจำเป็นต้องรบก็พร้อมอพยพ   แต่ขอให้จัดการให้จบไปเลย
      
ด้านนางอ่อน แสงรัมย์  อายุ 71 ปี ซึ่งมีอาชีพขายผลไม้รถ จยย.พ่วงข้าง  ยอมรับว่า  ทุกวันนี้ก็ยังระแวงไม่รู้จะรบกันอีกวันไหน   จึงยังไม่เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า   เพราะจากกระแสข่าวบอกว่าอาจจะมีรบกันอีกรอบ 3 รอบ 4   ก็อยากให้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้จบเร็วๆ  เพราะทั้งชาวบ้าน เกษตรกรเดือดร้อนไม่ได้ทำมาหากินแบบปกติ  ต้องคอยระแวง