แฉเบื้องลึก! กปน.พะเยา เขต 1 รับเงินใบละ 400 กาบัตรให้พรรคการเมือง 7 ใบ
วันที่ 18 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงนี้สังคมกดดันการทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า รายงานผลการเลือกตั้ง สส./การทำประชามติ วันที่ 8 ก.พ.ล่าช้าเเละมีสิ่งผิดปกติหลายวาระ เช่น การนับคะเเนนของหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ตรง/การรายงานผลการเลือกตั้งที่ยุติไว้ที่ร้อยละ 94 /บัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีบาร์โค้ดเเละคิวอาร์ โค้ดที่บางฝ่าย ระบุว่าสามารถสืบค้นได้ว่าประชาชนคนใดลงคะเเนนให้พรรคใดเเละการลงคะเเนนจะไม่เป็นความลับ/การขอนับคะเเนนใหม่ทั่วประเทศ/การฟ้องร้องสามศาลให้ดำเนินคดีกับสำนักงาน กกต.
เเหล่งข่าวจาก สำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีนโยบายว่าต้องโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้เเละกฎหมายให้อำนาจ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน อย่าลืมว่าหน่วยเลือกตั้ง สส. 77 จังหวัด 400 เขตนั้น มี 99,487 หน่วย ดังนั้นทุกอย่างต้องโปร่งใสเเละใช้เวลาตรวจสอบเพื่อความรอบเเละโปร่งใสเพราะกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเคร่งครัดเเละสั่งให้ตรวจสอบทุกคำร้องเรียน/การจับกุมการทุจริต โดย กกต.เเละตำรวจว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเเละนำคนผิดมาลงโทษให้ได้
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เเจ้งว่ากรณีการทุจริตเลือกต้้ง สส.วันที่ 8 ก.พ.นั้น มีการร้องเรียนการทุจริตเเละ กกต.ตรวจพบรวมเเล้วในตอนนี้ 113 เรื่องนั้น รวมทั้งยังขยายผลสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าร่วมทุจริตหรือไม่
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.ระบุว่า กปน.รายหนึ่ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ไปแสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ ก่อนเข้าไปภายในคูหาเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนนขณะกำลังจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร เเต่ประธาน กปน.สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด จนทำให้ กกต.ต้องสั่งให้มีการลงคะเเนนใหม่ในหน่วยนี้
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เเจ้งว่า จากรายงานของสำนักงาน กกต.จังหวัดพะเยา เเจ้งว่า กปน.รายนี้มีท่าทีพิรุธในช่วงที่ กปน.คนอื่นๆ ไปรับประทานอาหารกลางวัน เเละประชาชนมาใข้สิทธิบางตา โดย กปน.คนนี้กาบัตรลงคะเเนนให้พรรคประชาชน (สส.บัญชีรายชื่อ) 5 ใบ เเละพรรคอื่นๆ พรรคละ 1 ใบ รวมเจ็ดใบ โดยในช่วงที่จับกุมได้นั้น สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากปน.รายนี้เป็นชาวบ้านที่เข้ามาอบรมเป็น กปน. เเละกปน.รายนี้ยอมรับในเบื้องต้นว่าได้รับค่าจ้างลงคะเเนนใบละ 400 บาท เเม้ตอนหลังกปน.รายนี้จะกลับคำให้การเเละขอให้การในชั้นศาลก็ตาม
“ตรงนี้น่าพิจารณาว่า ใครในพรรคประชาชนเเละอีกสองพรรคจ้าง กปน.รายนี้ทุจริตเเละ กกต.กำลังสอบสวนขยายผล หากพบว่าเเกนนำพรรค/ผู้บริหารพรรคใดว่าจ้าง กปน.รายนี้กระทำการทุจริตก็อาจโดนยุบพรรคได้ เพราะสอดรับการเคลื่อนไหวของบางพรรคที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้เเละเรียกร้องให้นับคะเเนนใหม่/เลือกตั้งใหม่นั้น ตรงนี้น่าพิจารณา” เเหล่งข่าว ระบุ