บุรีรัมย์ลุยตรวจปั๊มสกัดกักตุนน้ำมัน หลังพบความต้องการพุ่งเท่าตัว

ภูมิภาค16 มี.ค. 2569 • 20:55 น.
บุรีรัมย์ลุยตรวจปั๊มสกัดกักตุนน้ำมัน หลังพบความต้องการพุ่งเท่าตัว



วันที่ 16 มี.ค.69 นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสุทธิศักดิ์  พรหมบุตร พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ นายประสพโชค วรรณขาว  รักษาราชการแทนพลังงานจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามสถานการณ์การให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  เพื่อกำกับดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนสิ้นสุดการตรึงราคา อันเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง  ทำให้ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อีกทั้งสถานีบริการน้ำมันยังจำกัดการเติม 500 -1,000 บาท ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก นำรถออกเติมน้ำมันจำนวนเพราะเกรงว่าน้ำมันจะขาดตลาด  



ส่วนบรรยากาศในสถานีบริการน้ำมันเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันได้มีประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เข้าไปเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พบว่าได้มีการจำกัดการเติมน้ำมันดีเซลได้ครั้งละ 500 - 1,000 บาท เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนและให้เพียงพอบริการลูกค้าในแต่ละวัน



นายขวัญโขค  พรรค์พิทักษ์ ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน บริษัท เอ บี ปิโตรเลียม  ปตท.บ้านยาง  ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในระยะนี้มีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่าปกติ เทียบเท่าช่วงเทศกาล จากปกติวันละ 15,000 – 20,000 ลิตรต่อวัน  ปัจจุบันเป็น 40,000 ลิตรต่อวัน ทางสถานีบริการน้ำมันจึงมีแนวทางให้ผู้ใช้บริการเติมได้ครั้งละไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน ส่วนการบริหารจัดการนั้นก็จะบริหารจัดการด้านขนส่ง กับสต๊อกน้ำมันให้สัมพันธ์ ทันเวลาผ่านระบบออนไลน์ จึงมั่นใจว่ามีเพียงพอให้บริการประชาชน



นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการให้บริการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก รวมกว่า 250 แห่ง พบว่ายังมีน้ำมันให้บริการประชาชนเพียงพอ ยังไม่ถึงขั้นขาดแคลน ซึ่งสถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่งจะจำกัดจำนวน ปริมาณการเติม เช่น บางแห่ง ไม่เกิน 500-1,000 บาท  เพื่อที่จะได้บริหารจัดการน้ำมันให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อย่างเพียงพอ และทั่วถึง ซึ่งพบว่าสาเหตุหลักก็คือการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันไม่ทันต่อความต้องการซึ่งเป็นการบริหารจัดการของแต่ละบริษัทผู้ให้บริการ  ส่วนราคาราคาน้ำมัน ณ วันนี้ยังคงที่ยังไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด และขอเน้นย้ำไปยังสถานีบริการน้ำมันหากพบว่ามีการปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันให้ประชาชน หรือมีการกักตุนน้ำมันจะมีความผิดทางอาญา โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้ผู้ให้บริการ หรือสถานีบริการน้ำมันปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด