แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์เข่าอ่อน! วิกฤตซ้ำซ้อน น้ำมัน-สงครามดันราคาพุ่ง ต้นทุนทะยาน ขายแทบไม่ไหว

ภูมิภาค23 มี.ค. 2569 • 16:32 น.
แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์เข่าอ่อน! วิกฤตซ้ำซ้อน น้ำมัน-สงครามดันราคาพุ่ง ต้นทุนทะยาน ขายแทบไม่ไหว



แม่ค้าที่ขายอาหารในหมู่บ้านตามแนวชายแดน ที่ จ.บุรีรัมย์ ถึงกับเข่าอ่อนหลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มซา และเพิ่งจะได้กลับมาขายของไม่นาน   แต่ต้องมาเจอผลกระทบสงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมอีก  เป็นเหตุให้น้ำมันแพง ส่งผลถุงพลาสติก ไก่สด และผักที่เป็นวัตถุประกอบอาหารขาย พาเหรดขึ้นราคา  ทำให้ต้องแบกรับต้นทุกสูงขึ้นแต่ไม่กล้าปรับราคาขายกลัวลูกค้าหาย จี้รัฐเร่งควบคุมราคา



วันที่ 23 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านขายอาหารตามสั่ง และอาหารอื่นๆริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา  อำเภอละหานทราย  จ.บุรีรัมย์   เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลาง   ที่ทำให้น้ำมันประสบปัญหาขาดแคลน และมีการปรับราคาขึ้นอีก ก็ส่งผลให้ถุงพลาสติก  หนังยาง ไก่สด  และพืชผักที่เป็นวัตถุดิบที่ซื้อมาประกอบอาหารขายในแต่ละวันทยอยขึ้นราคาตามไปด้วย  อาทิ  ถุงพลาสติก และหนังยาง   ก่อนหน้านี้ราคาห่อละ 20 บาท ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็นห่อละ 25 บาท  โครงไก่ และชิ้นส่วนไก่สดก็ปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 20 – 30 บาท  แตงกวาถุงขนาด 10 กิโลกรัม ก่อนหน้านี้ถุงละ 200 บาท   ปรับเพิ่มถุงละ 250 บาท   


       
ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องไปซื้อมาประกอบอาหารขายต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น    แต่ยังไม่กล้าปรับราคาอาหารปรุงสุกที่ทำขาย  เพราะหากปรับขึ้นทันทีตามภาวะต้นทุน   ก็กลัวลูกค้าจะยิ่งหดหาย  เพราะตั้งแต่เกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา การค้าขายก็เงียบเหงาอยู่แล้ว จึงอยากวอนให้ภาครัฐเร่งหามาตรการควบคุมราคาสินค้า  อาหารสด หรือพืชผักต่างๆ ปรับขึ้นราคามากกว่านี้อีก  เพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งพ่อค้าแม่ค้าและคนประชาชนผู้บริโภคด้วย 


         
นางจินดา แม่ค้าขายไก่ทอด  ไส้กรอก หมูปิ้ง ชาว อ.ละหานทราย บอกว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชามาแล้ว 2 ครั้ง    เพิ่งจะได้กลับมาขายของ   ก็ยังไม่เป็นปกติเหมือนเดิม    ก็ขายไปด้วยระแวงไปด้วยไม่รู้จะมีการสู้รบกันอีกหรือไม่   แต่ช่วงนี้ก็ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้น้ำมันขาดแคลน  และปรับขึ้นราคา เป็นผลพวงทำให้สินค้า และอาหารหลายอย่างทยอยขึ้นราคาตามไปด้วย เช่น ถุงพลาสติกที่ต้องใส่อาหารให้ลูกค้า ก็ปรับขึ้นอีกห่อละ 5 บาท  ไก่สดขึ้นอีกกิโลกรัมละ 20 – 30 บาท   ทำให้ต้องแบะรับภาระต้นทุนสูงขึ้น  แต่ยังไม่กล้าปรับอาหารอาหารที่ทำขาย   เพราะกลัวลูกค้าจะยิ่งหดหาย  ก็ต้องขายราคาเดิมไปก่อน  แต่หากวัตถุดิบต่างๆ ปรับขึ้นมากกว่านี้   ก็จำเป็นจะต้องปรับราคาอาหาร เพื่อไม่ให้ขาดทุน   จึงอยากฝากถึงรัฐบาลควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ปรับขึ้นมากว่านี้