ทหาร-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกตรวจค้นรังใหญ่แก๊งต้มตุ๋นเงินดิจิทัลแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ​ หลังมีผู้เสียหายขึ้นโรงพักแจ้งความ

ภูมิภาค28 มิ.ย. 2562 • 15:48 น.
ทหาร-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกตรวจค้นรังใหญ่แก๊งต้มตุ๋นเงินดิจิทัลแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ​ หลังมีผู้เสียหายขึ้นโรงพักแจ้งความ
ผู้เสียหายขึ้นโรงพักแจ้งความแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติในรูปแบบเงินดิจิทัลใช้จังหวัดพิจิตรเป็นฐานใหญ่ในการปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อว่าจะได้ผลประโยชน์จาการลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิทัลให้ครอบครองเหรียญที่จับต้องไม่ได้ หรือที่เรียกว่าเงินในอากาศ สุดท้ายเหยื่อทยอยเข้าแจ้งความ ล่าสุด ทหาร-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกตรวจค้นรังใหญ่ ของแก๊งไทย-เวียดนาม แต่ล่องหนแบบไร้ร่องรอย ประมาณค่าความเสียหายเป็นเงินมหาศาลทำลายระบบเศรษฐกิจ ร์ลูกโซ่ข้ามชาติในรูปแบบเงินดิจิทัลใช้จังหวัดพิจิตรเป็นฐานใหญ่ในการปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อว่าจะได้ผลประโยชน์จาการลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิทัลให้ครอบครองเหรียญที่จับต้องไม่ได้ หรือที่เรียกว่าเงินในอากาศ สุดท้ายเหยื่อทยอยเข้าแจ้งความ ล่าสุด ทหาร-ฝ่ายปกครอง-ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกตรวจค้นรังใหญ่ ของแก๊งไทย-เวียดนาม แต่ล่องหนแบบไร้ร่องรอย ประมาณค่าความเสียหายเป็นเงินมหาศาลทำลายระบบเศรษฐกิจ วันที่ 28 มิ.ย. 2562 พ.ต.ท.คณิศร ติระการ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิจิตร , พ.ท.ประชิต ศรีวงศ์รักษ์ หัวหน้าฝ่ายยุทธการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.พิจิตร ผู้แทนกกล.จว.พิจิตร , นายวิมาน สุขขวัญ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนฝ่ายปกครอง ได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ 30 นาย เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เรียกว่าลานธรรม ซึ่งตั้งอยู่ที่ 88/2 หมู่ 8 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนพิจิตร-สากเหล็ก อยู่ตรงกันข้ามกับพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ บริเวณด้านหน้าเปิดเป็นร้านกาแฟ ด้านหลังเป็นอาคารที่พักลักษณะคล้ายรีสอร์ท ซึ่งทางราชการได้รับรายงานว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นจุดนัดพบหรือเป็นกองบัญชาการใหญ่ของแก๊งแชร์ลูกโซ่ ที่ค้าเงินดิจิทัลแบบที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ หรือเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินหรือการธนาคาร พฤติกรรมก็คือ ล่อลวงให้ประชาชนหลงเชื่อนำเงินมาลงทุน โดยอ้างว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนสูงถึง 400% และยิ่งถ้าไปชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุน ผู้ที่เป็นผู้ชักชวนก็จะได้รับค่าตอบแทนที่มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ถูกหลอกให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าวเป็นคนไทยจากทั่วประเทศมีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังมีชาวเวียดนามและชาวต่างชาติอีกหลายประเทศก็ถูกหลอกลวงในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน ตำรวจพิจิตรและฝ่ายปกครอง-ฝ่ายทหาร-ฝ่ายความมั่นคง ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมแก๊งหรือขบวนการค้าเงินดิจิทัลกลุ่มนี้ที่เข้ามาเคลื่อนไหวใช้พื้นที่จังหวัดพิจิตรเป็นฐานที่มั่นก่อการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายจำนวน 8 ราย เข้าพบตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร เพื่อให้ปากคำถึงเล่ห์กลโกงของแชร์ลูกโซ่เงินดิจิทัลดังกล่าวนี้แล้ว เมื่อมีผู้เสียหายชัดเจนชุดเฉพาะกิจจึงได้เข้าปฏิบัติการตรวจค้นเพื่อหวังจะเจอตัวการ แต่ปรากฏว่า เมื่อเข้าไปตรวจค้นยังสถานที่ดังกล่าว ก็พบแค่เพียงพนักงานคนงานที่เป็นผู้รับจ้างระดับล่างเท่านั้น จากการสอบสวนพนักงานเหล่านี้บอกแค่เพียงว่าผู้จัดการร้านกาแฟและที่พักชื่อ “คุณวัฒน์” แต่ขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่ อีกทั้งชาวเวียดนามที่เคยพักอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้จำนวนหลายสิบคนก็เก็บข้าวของออกไปตั้งแต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา หลังจากที่มีข่าว ในส่วนของ พ.ต.ท.คณิศร ติระการ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิจิตร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า...ขณะนี้ในจังหวัดพิจิตรมีชาวเวียดนามเข้ามาอยู่และพักอาศัยมากถึง 214 คน โดยเช่าพักอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ส่วนพฤติกรรมจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ก็กำลังสืบค้นข้อมูล ส่วนคนไทยที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นประธานบริษัทค้าสกุลเงินดิจิทัล ขณะนี้ก็ล่องหนหายตัวไป ซึ่งตำรวจกำลังติดตามเพื่อขอเชิญตัวมาให้ปากคำถึงการดำเนินธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนมหาศาล ว่า ที่จดทะเบียนการค้าในหลายรูปแบบดำเนินการอะไรไปบ้าง ทำถูกกฎหมายหรือเปล่า แต่ในตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐานยังมิได้แจ้งข้อหาหรือออกหมายเรียกหมายจับผู้ใดทั้งสิ้น ซึ่งความคืบหน้าจะได้ขยายผลและรายงานข่าวต่อไป สิทธิพจน์ พิจิตร