บุรีรัมย์ แม่ทหารเสียชีวิตในค่าย ไม่ติดใจการตายของลูก ยันพูดคุยเจรจากับทุกฝ่ายแล้ว เชื่อไม่ได้ถูกทำร้าย

ภูมิภาค7 มิ.ย. 2566 • 03:49 น.
บุรีรัมย์ แม่ทหารเสียชีวิตในค่าย ไม่ติดใจการตายของลูก ยันพูดคุยเจรจากับทุกฝ่ายแล้ว เชื่อไม่ได้ถูกทำร้าย

แม่ทหารเกณฑ์ชาวบุรีรัมย์ ที่ไปเสียชีวิตบนเตียงนอนของตัวเองในค่ายทหาร ไม่ติดใจการเสียชีวิตของลูก ระบุลูกไม่ยุ่งกับยาเสพติด คาดลูกมีโรคประจำตัว ยังสวนกระแสที่ก่อนหน้านี้สำนักข่าวแห่งหนึ่งระบุพลทหารเสียชีวิตจากม้ามแตก คาดว่าสาเหตุมาจากเอาบุหรี่ไฟฟ้าเข้าค่ายแล้วโดนซ่อม

วันที่ 7 มิ.ย.66 กรณี​พลทหารวรรญวุฒิ อายุ 21 ปี ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์   เป็นทหารเกณฑ์​ผลัด 1/66 สังกัด ม.พัน 27 พล.ม.2 รอ.เสียชีวิตบนเตียงนอน โดยมีกระแสข่าวลือสะพัดว่า พลทหารถูกทำร้ายร่างกาย​เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  ญาตินำเอาบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ ก่อนจะถูกตรวจพบ จึงมีการทำโทษ

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เพจข่าวแห่งหนึ่งรายงานว่า ผลชันสูตรจากโรงพยาบาลนครนายก​ ระบุ​ว่า  พลทหาร​ม้ามแตก (Ruptured Spleen) เป็นภาวะที่เปลือกหุ้มม้ามแตกหรือฉีกขาด ทำให้มีเลือดไหลออกมาในช่องท้อง ประกอบกับทางกองทัพภาคที่1ได้เร่งสอบสวนทราบว่า​ ถูกลงโทษ​หรือโดนซ่อม​ ฐานฝ่าฝืนลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าค่าย​

ขณะ​ค่ายทหาร ได้ยืนยัน​ว่า ตามข้อเท็จจริง​ คือ​ พลทหารวัย 21 ปี ผลัด 1/66 สังกัด ม.พัน 27 พล.ม.2 รอ. ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมืองสระบุรี โดยการเสียชีวิตเบื้องต้นตาม​ความเห็นแพทย์ เกิดจากโรคประจำตัว ไม่มีการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ

ล่าสุดศพพลทหารรวรรณวุฒิ ได้ถูกส่งมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ บ้านเลขที่ 128 หมู่ 2 ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ แล้วมีเพื่อนพลทหารรุ่นเดียวกัน เดินทางมาร่วมงานศพอีกหลายนาย

ด้านนางสาวศิริพร อายุ 37 ปี แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับสามีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วแยกทางกันมามีสามีใหม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนลูกชายคือพลทหารรวรรณวุฒิ กลับไปบวชที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งครบกำหนดเกณฑ์ทหาร แล้วจับได้ใบแดง และเข้าไปประจำการเมื่อวันที่ 16 พ.ค. และมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 66

จากการได้มีการเจรจาพูดคุยกับฝ่ายทหาร และพยาบาล ทราบว่าลูกชายไม่ได้ถูกทำร้ายหรือเกิดจากม้ามแตกจนเสียชีวิตแต่อย่างใด เพราะรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่หมอโทรมาบอกว่าลูกชายอยู่โรงพยาบาลแบบไหน อาการอย่างไร

ทั้งหมดไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตของลูกชาย ถึงแม้ลูกชายไม่มีโรคประจำตัว แต่มักจะเหนื่อยหอบเวลาออกกำลังกาย ประกอบกับได้คุยและเคลียร์กันทุกฝ่ายแล้ว ส่วนผลการชันสูตรออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก ซึ่งจะต้องรออีก 45 วันจึงจะทราบผลที่แท้จริง