ตร.ตั้งทีมสืบสวนกรณี"เก้งเผือก"หาย แม้จะยังไม่แจ้งความ

ภูมิภาค5 ต.ค. 2563 • 03:04 น.
ตร.ตั้งทีมสืบสวนกรณี"เก้งเผือก"หาย แม้จะยังไม่แจ้งความ
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา และกองปราบปรามตั้งทีมสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายสองตัว แม้จะยังไม่มีการแจ้งความก็ตาม รวมทั้งปมการสั่งย้าย วันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการสอบสวนกรณี นายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ ถูกนายสัตวแพทย์ภูวดล สุวรรณะ ยิงเสียชีวิตภายในที่ทำการสวนสัตว์สงขลา ขณะลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีลูกเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานชื่อคุณภูมิกับคุณภาค หายไปอย่างปริศนา และเมื่อวานนี้ นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่มาติดตามเรื่องนี้แล้วและได้ข้อสรุปในเบื้องต้นโดยพบว่าเก้งตัวแรกหายจริงแต่จะถูกสัตว์อื่นทำร้ายหรือตายด้วยสาเหตุใดนั้นยังอย่าระหว่างการตรวจสอบแม้ว่าจะพบซากแล้วก็ตาม ส่วนอีกตัวมีภาพหลักฐานชัดเจนว่าถูกงูเหลือมกินและผลการสอบสวนจะสรุปได้ในวันที่6 ตุลาคมนี้ ส่วนสาเหตุการณ์มาจากความไม่เข้าใจกันกรณีที่ถูกสั่งย้าย สำหรับคดีนี้แม้ว่าผลการสอบสวนยังไม่ออกมาและยังไม่ได้มีการเข้าแจ้งความกับตำรวจก็ตาม ในทางการสืบสวนขณะนี้ทางชุดสืบสวนของตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้ตั้งชุดสืบสวนเพื่อคลี่คลายปมคดีเก้งทั้งสองตัวหายแล้ว โดยมีรายงานว่ากรอบการสอบสวนเรื่องนี้มีการตั้งข้อสังเกตุไว้หลายประเด็น 1.ทำไมไม่แจ้งเจ้าตำรวจตั้งแต่ตอนที่ทราบว่าลูกเก้งหายไป จนมาพบซากโครงกระดูกก็ยังไม่แจ้ง 2.จะสอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลานว่าเวลากินตัวอะไรเข้าไปแล้วจะคลายเลยหรือไม่หรือต้องใช้เวลาในการย่อยสะลายนานเพียงใด 3.สืบสวนเรื่องร่องรอยพื้นที่ว่าเมื่อทราบว่าเก้งหายไปแล้วพื้นที่ตรงนั้นมีร่องสัตว์ต่อสู้หรือดิ้นรนเอาชีวิตรอดลักษณะจะเป็นอย่างไร และยังให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าการที่ทางสวนสัตว์กล่าวว่าลูกเก้งตัวแรกโดนงูเหลือมกินและมาพบซากโครงกระดูกทีหลังนั้นจริงหรือไม่โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าพฤติกรรมการกินของงูนั้นพอกินไปแล้วจะสามารถเหลือโครงกระดูกไว้หรือไม่และมาเทียบกับอายุของลูกเก้งตัวแรกว่าถ้างูเหลือมกินเข้าไปแล้วยังสามารถเหลือโครงกระดูกเหมือนที่พบและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาอ้างว่าเป็นโครงกระดูกของเก้งเผือก และหากการสอบสวนพบความผิดปกติเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนว่ามีการทำกันเป็นขบวนการหรือไม่หรือและมีใครเกี่ยวข้องบ้าง และจะสืบสวนคลีคลายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าทางตำรวจกองปราบได้มีการตั้งทีมสอบสวนเรื่องนี้เช่นกันโดยสอบในประเด็นเรื่องการโยกย้ายเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาทั้งสี่นายโดยเฉพาะนายสัตวแพทย์ภูวดล ส่วนกรณีที่ของ นายสัตวแพทย์ภูวดล ที่ใช้ปืนยิง นายสุริยา จากการสอบสวนญาติและคนใกล้ชิด ได้ข้อมูลว่านายภูวดล โกรธ นายสุริยาเป็นอย่างมากที่มีคำสั่งย้ายตนออกจากพื้นที่โดยที่ไม่มีความผิด และนายสัตวแพทย์ภูวดล เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าไม่ได้ทำผิดและตั้งใจทำงานมาโดยตลอด และยังเคยตัดพ้อทำนองว่าทำไมไม่สอบสวนและสั่งย้ายคนอื่นที่มีความรับผิดชอบโดยตรง ตนเป็นแค่หมอที่คอยดูแลสัตว์ยามเจ็บป่วยและสุขภาพทั่วไปของสัตว์เท่านั้น