ชาวบ้านหาอึ่งเจอทหารเขมรกว่า 10 นาย รุกเขตแดนไทย ยิงปืนไล่ ทิ้งจยย. หนีตาย

ภูมิภาค9 พ.ค. 2569 • 16:19 น.
ชาวบ้านหาอึ่งเจอทหารเขมรกว่า 10 นาย รุกเขตแดนไทย ยิงปืนไล่ ทิ้งจยย. หนีตาย

ระทึก ชาวบ้านชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  ไปส่องไฟจับอึ่ง ท้ายอ่างเก็บน้ำตอนกลางคืน  เจอทหารเขมรกว่า 10 นายอาวุธครบมือรุกเข้ามาเขตแดนไทยกว่า 1 กม. และยิงปืนไล่  ชาวบ้านต้องจอด จยย.ทิ้งไว้ เดินเท้าลัดเลาะป่าท่ามกลางความมืดหนีตาย  จนท.ฝ่ายความมั่นคงลงพื้นที่ตรวจสอบ และพาชาวบ้านเข้าไปเอา จยย.ออกมา   พบร่องรอยทหารเขมรข้ามมาในเขตแดนไทยจริง ลุงเล่านาทีหนีตาย เผยอึ่ง กก.ละพัน ก็ไม่กล้าไปอีก กลัวถูกจับเป็นตัวประกัน 

วันที่ 9 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วย  ประกอบด้วย ทหาร  ตำรวจ  ตชด. ฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน   ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทั้งได้พาชาวบ้านเข้าไปเอารถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน  ที่จอดทิ้งไว้บริเวณอ่างเก็บน้ำสายโท 3 ใต้  ตำบลจันทบเพชร  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ออกมา   แล้วเดินเท้าหนีเอาตัวรอด  

หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 พ.ค.69)  ชาวบ้านสายโท 1 ใต้  และ ชาวบ้านสายโท 2 ใต้  ได้พากันขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปส่องไฟจับอึ่งบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำบ้านสายโท 3 ใต้  ใกล้กับฐานแมงป่อง  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นเขตแดนไทย   แล้วบังเอิญไปเจอทหารเขมรกว่า 10 นาย อาวุธปืนครบมือ  เดินอยู่ในเขตแดนไทย  ซึ่งห่างจากจุดเขตแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า   สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านทั้ง 2 คน   แต่ทั้งสองทำใจดีสู้เสือทำทีเดินหลบไปหาจับอึ่งทางอื่น   แต่ทหารเขมรได้ยิงปืนไล่ 1 นัด  จึงรีบพากันเดินเท้าลัดเลาะป่าท่ามกลางความมืด  เพื่อหนีเอาตัวรอด ก่อนจะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน  โดยทิ้งรถจักรยานยนต์เอาไว้  ไม่กล้าย้อนกลับไปเอาเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย

 โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถนำรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน  ออกจากจุดที่ชาวบ้านจอดทิ้งไว้  กลับมาบ้านเรียบร้อยแล้ว   โดยมีทั้ง 2 คน ที่ประสบเหตุยังอยู่ในความอ่อนเพลียและตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

จากการสอบถามหนึ่งในชาวบ้านที่ประสบเหตุการณ์  เล่าว่า  เมื่อคืนประมาณ 2 ทุ่มเศษ  ได้ออกไปจับอึ่งกับเพื่อน เพราะหลังจากฝนตกมีอึ่งเยอะ  แต่ขณะกำลังส่องไฟหาจับอึ่งที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำสายโท 3 ใต้ ก็บังเอิญไปเจอทหารเขมรกว่า 10 นาย มีอาวุธปืนครบมือ  เดินอยู่บริเวณดังกล่าว  ก็ตกใจเพราะจุดดังกล่าวเป็นดินแดนไทย ห่างจากจุดเขตแดนไทย-กัมพูชา กว่า 1 กิโลเมตร  ซึ่งเขาพูดภาษาเขมรตนฟังไม่รู้เรื่อง   แต่ก็พยายามอธิบายเป็นภาษาไทยว่าพวกตนมาหาจับอึ่ง   ก็ไม่รู้ว่าทหารกลุ่มดังกล่าวฟังภาษาไทยรู้เรื่องหรือไม่   แต่ตนกับเพื่อนบ้านอีกคน  ก็ทำใจดีสู้เสือพูดไปว่าเดี๋ยวจะเดินไปหาจับอึ่งทางอื่นก่อน    เขาก็หันไปพูดคุยอะไรกันไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่อง 

จากนั้น พวกตนก็รีบเดินออกจากกลุ่มทหารเขมรกึ่งเดินกึ่งวิ่ง    แต่จังหวะที่เดินหนีได้ยินเสียงปืนยิงไล่หลัง 1 นัด  คาดว่าน่าจะยิงขู่    จากนั้นพวกตนจึงตัดสินใจปิดไฟที่ใช้ส่องอึ่ง   และเทอึ่งที่จับได้กว่า 2 กิโลกรัมทิ้งกลางทาง   เพราะกลัวอึ่งร้องเสียงดังแล้วเขาจะรู้ว่าหนีไปทางไหน   ได้พากันเดินเท้าหลบหนีราว 4 – 5 กิโลเมตร  กระทั่งเที่ยงคืนคิดว่าหนีพ้นแล้วจึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านสายโท 1 ใต้  ให้ขับรถไปรับ    แล้วตอนเช้าก็แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ   ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ พาเข้าไปเอารถจักรยานยนต์ออกมา  

ชาวบ้านที่ประสบเหตุการณ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า   ไม่คิดว่าทหารเขมรจะกล้าข้ามมาในเขตแดนไทย  ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย  หลังจากนี้คงไม่กล้าไปจับอึ่งหรือหาปลาแถวนั้นอีก  แม้อึ่งจะกิโลกรัมละ 1,000 บาทก็ไม่กล้าไปแล้ว   เพราะครั้งหน้าไม่รู้จะรอดชีวิตหรือไม่  อาจจะถูกยิงหรือถูกจับเป็นตัวประกันก็ได้