สหพันธ์ขนส่งฯ ชงคลังออก Soft Loan ดอกเบี้ย 1% นาน 5 ปี หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ EV แก้ต้นทุนสูงรถบรรทุกไฟฟ้า
วันที่ 18 พ.ค. 69 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ฯ พร้อมด้วยนายศุภศักดิ์ รุ่งเจิดฟ้า ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, นายธนานันต์ เหลืองเรืองธนา ที่ปรึกษา, นายอนุชิต เพชรกำแพง เลขาธิการสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, นางสุนีย์ ภูติวณิชย์ นายกสมาคมขนส่งแหลมฉบังชลบุรี และนายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ได้เข้าพบ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ อาคาร 150 ปี ชั้น 20 กระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ ท่ามกลางภาวะต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายทองอยู่ คงขันธ์ เปิดเผยว่า สหพันธ์ฯ ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณานำวงเงินบางส่วนจากพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท มาใช้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดในภาคขนส่ง โดยเสนอให้จัดทำมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) อัตรา 1% ระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (EV)
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการระบุว่า รถบรรทุกหัวลากเครื่องยนต์สันดาปมีราคาประมาณ 3 ล้านบาท แต่รถบรรทุก EV มีราคาสูงถึงราว 5 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนด้านการเงินควบคู่กัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณาโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีชาร์จรถ EV ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญ รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาสถานีชาร์จไม่เพียงพอ โดยเฉพาะรถบรรทุกระยะไกลที่มีข้อจำกัดด้านระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาชาร์จเฉลี่ย 1–1.5 ชั่วโมง พร้อมเสนอแนวคิด “Mobile Charger” หรือสถานีชาร์จเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันปัญหารถหมดพลังงานระหว่างทาง
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายพิกัดน้ำหนักรถบรรทุก EV เนื่องจากน้ำหนักแบตเตอรี่ทำให้รถหนักเพิ่มขึ้นราว 2 ตัน หากไม่ปรับเกณฑ์อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการผิดกฎหมาย โดยเสนอให้ไทยพิจารณาตามแนวทางของประเทศอังกฤษและยุโรป ที่อนุญาตเพิ่มน้ำหนักได้ 2–4 ตัน
นายทองอยู่ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ยังต้องพิจารณาความเหมาะสม เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาซากรถและผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต หากไม่มีระบบกำจัดที่เหมาะสมเหมือนบางประเทศในยุโรป
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ได้รับฟังข้อเสนอทั้งหมด และจะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถาบันการเงินและภาคพลังงาน เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนทั้งด้านสินเชื่อและโครงสร้างพื้นฐานต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเชิงนโยบายที่ชัดเจน และจะมีการหารือเพิ่มเติมอีกครั้งในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน นายศุภศักดิ์ รุ่งเจิดฟ้า กล่าวถึงผลสำรวจด้านความโปร่งใสของภาครัฐ ซึ่งมีการระบุถึงการจ่ายสินบนในบางหน่วยงานว่า เรื่องดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังจากรัฐบาล เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง หากไม่มีมูลควรดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กล่าวหา พร้อมย้ำว่าปัญหาส่วยในภาคขนส่งยังคงมีอยู่และต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง