ชาวบ้าน-แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์แห่ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังฟื้นค้าขายซบเซา

ภูมิภาค25 พ.ค. 2569 • 09:52 น.
ชาวบ้าน-แม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์แห่ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังฟื้นค้าขายซบเซา

ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าชายแดนบุรีรัมย์ แห่ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น หลังสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาทำการค้าซบเซา ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

วันที่ 25 พ.ค.69 จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง วิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะการค้าขายและการท่องเที่ยว ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างเป็นทางการในวันนี้  (25 พ.ค.69) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ

นางเปย์ จันทรานอก อายุ 62 ปี เจ้าของร้านเย็บผ้า เล่าว่าได้ลงทะเบียนเข้าโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส รู้สึกดีใจที่ลงทะเบียนผ่าน ทั้งนี้ตนเองพร้อมจะใช้สิทธิ ในวันที่ 1 มิ.ย.69 นี้

โดยบรรยากาศที่ตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งเคยเป็นตลาดที่มีการซื้อขายสินค้าหลากหลายประเภท ปัจจุบันกลับเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าหลายแห่งเปิดขายตามปกติ แต่กลับเงียบเหงา

ด้านนางสาวระเบียบ ภูแสง อายุ 57 ปี แม่ค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด กล่าวว่าชาวบ้านไม่กล้ามานำเงินมาใช้จ่ายจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากกลัวการปะทะรอบที่ 3 ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังกลัวไม่มีเงินใช้ช่วงอพยพ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทางโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงจะดีมาก เพราะบางรายเป็นผู้สูงอายุไม่สามารถลงทะเบียนทางแอปได้ ส่วนหนึ่งตนเองก็หวังว่าโครงการดังกล่าวน่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากการค้าขายซบเซามานานหลังสงคราม ไทย กัมพูชา

อย่างไรก็ตาม พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ยังคงคาดหวังว่า หากสถานการณ์ชายแดน ไทย กัมพูชา มีความชัดเจนและประชาชนเกิดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยมากขึ้น ภาครัฐน่าจะมีมาตรการประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยฟื้นฟูบรรยากาศการค้าขายและเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในเร็ววัน