ชาวบ้านบุรีรัมย์ลุกฮือ! ค้านโอนประปาหมู่บ้านให้เทศบาล ชี้ดูแลเองเกือบ 30 ปีไร้ปัญหา

ภูมิภาค4 ก.ค. 2569 • 17:39 น.
ชาวบ้านบุรีรัมย์ลุกฮือ! ค้านโอนประปาหมู่บ้านให้เทศบาล ชี้ดูแลเองเกือบ 30 ปีไร้ปัญหา

บุรีรัมย์ ชาวบ้านค้านโอนประปาหมู่บ้าน ให้เทศบาลดูแล ปลัดยันทำตามระเบียบ

 

ตัวแทนชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน ต.ห้วยหิน  อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ รวมตัวค้านส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้เทศบาลดูแล  อ้างชุมชนและกรรมการหมู่บ้านร่วมกันดูแลมาเกือบ 30 ปี ไม่เคยมีปัญหา  หวั่นค่าน้ำแพงขึ้นการซ่อมแซมอาจล่าช้า เพราะต้องรอผ่านสภาเทศบาล  ขณะปลัดเทศบาล ยันทำตามระเบียบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำประปาให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน  

  (4 ก.ค.69)  อดีตผู้นำหมู่บ้าน  กรรมการประปาหมู่บ้าน   และตัวแทนชาวบ้านบ้านห้วยหิน และบ้านศิลาทอง  ต.ห้วยหิน  อ.หนองหงส์  จ.บุรีรัมย์  ได้รวมตัวกันออกมาร้องคัดค้านการส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้เทศบาลตำบลห้วยหินดูแล  โดยตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน   อ้างว่า ระบบประปาหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน  ทางอดีตผู้นำชุมชน  คณะกรรมการหมู่บ้าน และชาวบ้าน เคยร่วมกันบริหารจัดการกันเอง มาตั้งแต่ ปี 2544  จนมีเงินสะสมจากค่าธรรมเนียม การจัดเก็บค่าน้ำประปา  ไว้สำหรับบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านกว่า 1 แสน 6 หมื่นบาท  แต่กังวลว่าหากส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้ทางเทศบาลดูแล ค่าน้ำประปาต่อหน่วยจะแพงขึ้น   และหากระบบประปาหมู่บ้านเกิดมีปัญหาที่จะต้องซ่อมแซม   ก็ต้องรอผ่านสภาเทศบาล ถึงจะนำเงินออกมาซ่อมแซมได้ซึ่งอาจจะล่าช้า   

นอกจากนี้ ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องคัดค้าน ยังมองว่า ขั้นตอนการขอมติส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านไม่เป็นประชาธิปไตย  และไม่เป็นธรรมกับชาวบ้านที่เป็นผู้ใช้น้ำโดยตรง  เนื่องจากวันที่ประชุมขอมติ  มีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงประมาณ 40 กว่าคนเท่านั้น  ทั้งที่จำนวนผู้ใช้น้ำจริงทั้ง 2 หมู่บ้านมีมากกว่า 500 ครัวเรือน  หากจะใช้มติของผู้ใช้น้ำเพื่อตัดสินใจว่าจะส่งมอบระบบประปาหมู่บ้าน ให้เทศบาลดูแลหรือไม่   ชาวบ้านผู้ใช้น้ำจริงควรจะมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยการลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  จึงอยากให้ทางเทศบาลมีการเปิดประชุมขอมติใหม่ ให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย   

นางหนู  มาพิบูลย์  อายุ 70 ปี  และนางพนิดา  ทานนท์  อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวบ้าน ที่ออกมาคัดค้าน   บอกตรงกันว่า  ในฐานะชาวบ้านผู้ใช้น้ำไม่เห็นด้วยที่จะส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้ทางเทศบาลดูแล    เพราะที่ผ่านมา อดีตผู้นำหมู่บ้าน  กรรมการผู้ใช้น้ำประปาหมู่บ้านชุดเดิม  ได้บริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านได้เป็นอย่างดีไม่เคยมีปัญหา  แต่พอผู้นำคนใหม่ และกรรมการชุดใหม่เข้ามาดูแล ช่วงเดือน ม.ค.2569  ระบบประปาก็เริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะเมื่อเดือน มี.ค.2569  สภาพน้ำประปาเริ่มขุ่นโคลน มีกลิ่นเหม็นเน่า  จนชาวบ้านไม่กล้านำไปหุงข้าว หรือประกอบอาหารได้  

อีกทั้ง ยังกังวลว่าหากส่งมอบระบบประปาหมู่บ้านให้ทางเทศบาลดูแล  ค่าน้ำต่อหน่วยจะแพงขึ้นหรือไม่  แล้วหากระบบประปามีปัญหาต้องขอมติสภาเทศบา ถึงจะสามารถนำเงินมาซ่อมแซมได้ ซึ่งอาจจะล่าช้า  จึงไม่เห็นด้วย แต่หากจะใช้มติชาวบ้านจริงก็ต้องให้ชาวบ้านผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการลงมติ   ไม่ใช่เกิดจากการตัดสินใจจากผู้นำ และชาวบ้านเพียงส่วนน้อยเท่านั้น   

ด้านนางษาวดี  กลิ่นสุข  อดีตผู้ใหญ่บ้านศิลาทอง  บอกว่า  ระบบประปาหมู่บ้านของ 2 หมู่บ้าน มีการบริหารจัดการกันเองมาตั้งแต่ปี 2544 ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร  กระทั่งผู้นำและกรรมการชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการ เมื่อต้นปี 2569  ระบบประปาเริ่มมีปัญหาน้ำไม่ผ่านระบบกรองที่ถูกต้อง  ทำให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำที่ไม่สะอาด    พอแก้ปัญหาไม่ได้ทางผู้นำปัจจุบันก็เสนอจะส่งมอบระบบประปาให้ทางเทศบาลดูแล   แต่การขอมติกลับไม่โปร่งใส   เพราะมีชาวบ้านเข้าร่วมแค่ประมาณ 40 คน ไม่ถึงครึ่งของจำนวนผู้ใช้น้ำจริง   จึงอยากให้ทางเทศบาลเปิดให้ลงมติใหม่ตามหลักประชาธิปไตย  ให้ชาวบ้านผู้ใช้น้ำทั้ง 500 ครัวเรือน มีสิทธิ์ตัดสินใจ 

  

  ส่วนกรณีที่มีผู้นำหรือเจ้าหน้าที่บางคน  ข่มขู่จะแจ้งจับเพราะกล่าวหาว่าไม่ยอมส่งมอบบัญชี  ที่มีเงินสะสมจากการบริหารจัดการระบบประปาของผู้นำและกรรมการชุดเดิม ที่มีอยู่กว่า 1 แสน 6 หมื่นบาท ให้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ยื้อ แต่จะส่งมอบให้ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่ากรรมการชุดใหม่บริหารจัดการอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่เห็นด้วยที่จะโอนระบบประปาให้เทศบาลดูแล 

  ทั้งนี้ ทีมข่าวได้สอบถาม นายประกาศิต  วิวาโค  ปลัดเทศบาลตำบลห้วยหิน ระบุว่า  การประชุมเมื่อวานนี้  เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน  เนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ว่าน้ำประปาไม่สะอาด  ทางอำเภอก็สอบถามว่าเป็นประปาที่ทางเทศบาลดูแลหรือไม่  ก็บอกไปว่าเป็นประปาของกรมอนามัย  แต่ทางหมู่บ้านดูแลบริหารจัดการกันเอง ยังไม่ได้ส่งมอบให้ทางเทศบาล  เบื้องต้นจึงทำได้เพียงส่งช่างไปดูแต่ไม่สามารถตั้งงบไปดำเนินการซ่อมแซมได้    

จึงเป็นที่มาของการลงพื้นที่ไปประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา  โดยมีตัวแทนของทางอำเภอ  เทศบาล  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุมด้วย  จนทราบว่าอดีตผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนถือบัญชีเงินจากการจัดเก็บค่าน้ำประปา  ของกลุ่มผู้ใช้น้ำไม่ยอมส่งมอบให้กรรมการชุดใหม่  จึงไม่มีเงินไปซ่อมบำรุงระบบประปาได้  ทางผู้นำจึงเสนอให้มีการลงมติ   เพื่อส่งมอบระบบประปาให้ทางเทศบาลดูแล   จะได้สามารถตั้งงบเข้ามาซ่อมบำรุงระบบประปาได้   

ส่วนเรื่องการจัดเก็บค่าน้ำ ทางเทศบาลไม่ได้เข้าไปยุ่ง  ก็ให้คณะกรรมการชุดใหม่ดูแลบริหารจัดการเอง   ซึ่งทางเทศบาลยืนยันว่าต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับชาวบ้าน  หากติดขัดอะไรก็จำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบ  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้าน

 

ภูมิภาค54

แท็กที่เกี่ยวข้อง