- โฆษณา -

บุกรวบแก๊งยาบ้าชุมพร 5 ราย ขยายผลจากผู้เสพ ยึดยากว่า 220 เม็ด พบซื้อผ่านเฟซบุ๊ก

ภูมิภาค14 ก.ค. 2569 • 18:25 น.
บุกรวบแก๊งยาบ้าชุมพร 5 ราย ขยายผลจากผู้เสพ ยึดยากว่า 220 เม็ด พบซื้อผ่านเฟซบุ๊ก

ตำรวจ สภ.สลุย สนธิกำลังทหารบุกจับเครือข่ายยาเสพติด อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ขยายผลรวดเดียว 5 ราย ยึดยาบ้ากว่า 220 เม็ด พบพฤติกรรมซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก โอนเงินเข้าบัญชีภรรยาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลถึงผู้ค้ารายใหญ่

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 ก.ค.69 ภายหลังหน่วยข่าวกรองทหารได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า นายสมรัก อายุ 42 ปี ชาวตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งเสพและจำหน่าย สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน รวมทั้งมักมั่วสุมเสพยาในพื้นที่ใกล้ร้านปะยางข้าง อบต.หงษ์เจริญ

- โฆษณา -

จากข้อมูลดังกล่าว พ.ต.ท.ศตกาญจน์ นวลมี รอง ผกก.สส.สภ.สลุย พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิจิตร สามัญเมือง สว.สส.สภ.สลุย ร่วมกับทหารชุดต่อต้านข่าวกรองที่ 1 ชุมพร กองกำลังเทพสตรี และทหารชุดเฉพาะกิจรัตนรังสรรค์ วางแผนเข้าตรวจสอบและจับกุม

เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังห้องแถวเช่าเป้าหมายริมถนนสายขาล่องใต้ พบประตูบ้านเปิดอยู่ ภายในมีรถจักรยานยนต์จอดหลายคัน เมื่อตรวจสอบภายในห้องพัก พบนายสมรักอยู่ในสภาพสะลึมสะลือคล้ายเพิ่งเสพยาเสพติด ข้างตัวพบอุปกรณ์การเสพยาบ้า ทั้งหลอดดูด กระดาษฟอยล์ และไฟแช็ก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

หลังการสอบถาม นายสมรัก ยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา และยาบ้าที่ใช้เสพได้ขอแบ่งมาจากนายป้อม จำนวน 2 เม็ด ก่อนยินยอมให้ความร่วมมือในการขยายผลเพื่อลดโทษ นำเจ้าหน้าที่ไปยังบ้านของผู้ที่นำยามาแบ่งให้

ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านของนายสุรเชษฐ หรือ “นายป้อม” อายุ 42 ปี ชาวตำบลหงษ์เจริญ พบกำลังตัดหญ้าอยู่หน้าบ้าน โดยนายป้อมยอมรับว่าเป็นเจ้าของยาบ้าที่เหลืออยู่ 1 เม็ด ซึ่งซุกอยู่ในกางเกงขาสั้นหลังบ้าน พร้อมอ้างว่าซื้อมาเสพเพื่อทำงานสวน ไม่ได้มีไว้จำหน่าย ก่อนเปิดเผยว่ายาบ้าดังกล่าวซื้อมาจากนายพงศธร หรือ “นายโอ๋” ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

เจ้าหน้าที่จึงขยายผลต่อไปยังบ้านนายโอ๋ แต่ไม่พบตัว กระทั่งทราบว่าไปอยู่บ้านญาติใกล้เคียง เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นายพงศธร อายุ 42 ปี นั่งอยู่หน้าบ้าน จึงเข้าจับกุมและตรวจค้นพบยาบ้า 6 เม็ด ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพาย

ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ยังสังเกตเห็นชายอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้กันมีท่าทีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบและพบยาบ้า 2 เม็ด ซุกอยู่ในก้อนอิฐซีแพค ทราบชื่อคือ นายประสิทธิ์ อายุ 57 ปี ซึ่งยอมรับว่าเพิ่งซื้อยาบ้ามาจากนายโอ๋จำนวน 3 เม็ด และเสพไปแล้ว 1 เม็ด โดยอ้างว่าใช้เพื่อเพิ่มกำลังในการกรีดยาง เนื่องจากเพิ่งผ่าตัดเข่ามา

ด้านนายโอ๋ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองซื้อยาบ้ามาจากนายคมสัน หรือ “นายตู่” อายุ 27 ปี และนำมาแบ่งขายให้เพื่อนและคนรู้จักในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน พร้อมยินยอมให้ความร่วมมือในการล่อซื้อเพื่อติดตามตัวผู้จำหน่ายรายใหญ่

เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีให้นายโอ๋ส่งข้อความติดต่อขอซื้อยาบ้า โดยใช้เพียงข้อความสั้น ๆ และสติกเกอร์รูปนิ้วโป้ง ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้สื่อสารกัน ก่อนจะได้รับการตอบกลับให้นำเงินมารับยาได้ที่บ้านพัก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังลัดเลาะผ่านสวนปาล์มน้ำมันเข้าประชิดพื้นที่เป้าหมาย และสามารถจับกุมนายคมสันได้ขณะกำลังเตรียมยาบ้าไว้ส่งมอบ พร้อมตรวจยึดยาบ้าของกลางได้จำนวน 220 เม็ด

นายคมสัน ให้การรับสารภาพว่า สั่งซื้อยาบ้าผ่านเฟซบุ๊ก โดยผู้ขายจะส่งพิกัดจุดรับของให้ในพื้นที่ ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร สั่งซื้อครั้งละประมาณ 200-400 เม็ด ก่อนนำมาแบ่งขายในราคาเม็ดละ 50 บาท ส่วนเงินที่ได้จากการจำหน่ายจะโอนเข้าบัญชีภรรยาเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายคมสันเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ยังกลับมาก่อเหตุซ้ำ โดยเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพเป็นทั้งผู้เสพและผู้จำหน่าย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สลุย ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนายสมรักถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ส่วนนายสุรเชษฐและนายประสิทธิ์ ถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นายพงศธรและนายคมสัน ถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดยังถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานมีสารเสพติดในร่างกายอีกกระทงหนึ่ง

ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวถือเป็นการขยายผลจากผู้เสพรายแรกไปสู่เครือข่ายจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดยังคงแพร่ระบาดในชุมชน และเจ้าหน้าที่เตรียมเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงแหล่งต้นทางที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางซื้อขายต่อไป