สภ.พัทยาเด้ง 3 ตำรวจเข้ากรุ ศปก. ตั้งสอบปมถูกกล่าวหาเรียกเงินนักท่องเที่ยวคูเวต

ภูมิภาค15 ก.ค. 2569 • 14:38 น.
สภ.พัทยาเด้ง 3 ตำรวจเข้ากรุ ศปก. ตั้งสอบปมถูกกล่าวหาเรียกเงินนักท่องเที่ยวคูเวต

สภ.เมืองพัทยาสั่งย้ายตำรวจ 3 นายเข้าศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมกลุ่มนักท่องเที่ยวคูเวตร้องเรียนถูกเรียกค่าปรับเป็นเงินสดและสงสัยใบรับเงิน หลังพบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันหากพบผิดจริงดำเนินการทางวินัยและกฎหมายเด็ดขาด

จากกรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง สัญชาติคูเวต อายุประมาณ 20-30 ปี เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจับกุมในข้อหากระทำผิดกฎจราจร ซึ่งผู้ร้องเรียนยอมรับว่ามีการกระทำผิดจริงและไม่ได้ติดใจการถูกดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียนระบุว่าเกิดข้อสงสัยหลังถูกเรียกเก็บค่าปรับเป็นเงินสด พร้อมได้รับใบรับเงินจากเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อนำไปตรวจสอบกลับได้รับแจ้งว่าไม่ใช่ใบเสร็จของสถานีตำรวจ อีกทั้งยังอ้างว่าถูกจับหลายครั้งและได้รับใบเสร็จในลักษณะเดียวกัน

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 15 ก.ค.69 พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการจำนวน 3 นาย ประกอบด้วย

1.พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป. สภ.เมืองพัทยา เป็นประธานกรรมการ

2.พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จราจร สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการ

3.ร.ต.อ.อิทธิพร ตั้งชูทวีทรัพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการและเลขานุการ

พร้อมกันนี้ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ 3 นาย ซึ่งปรากฏรายชื่อในข้อกล่าวหา ได้แก่

1. ด.ต.กิตติคุณ

2. จ.ส.ต.ณุตดล

3. ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์

ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองพัทยา (ศปก.สภ.เมืองพัทยา) เป็นการชั่วคราว โดยให้ พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นมาตรการเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติราชการ โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป