- โฆษณา -

กทพ.เปิดแผนสะพานเชื่อมเกาะช้าง เวนคืน 66 ราย งบพันล้าน ลุ้นเปิดใช้ปี 2578

ภูมิภาค23 ก.ค. 2569 • 14:52 น.
กทพ.เปิดแผนสะพานเชื่อมเกาะช้าง เวนคืน 66 ราย งบพันล้าน ลุ้นเปิดใช้ปี 2578

กทพ. กางแผนสะพานเชื่อมเกาะช้าง แจงยิบเกณฑ์เวนคืนพันล้าน ขณะชาวบ้านกังวลค่าเวนคืน,ส่วนไทม์ไลน์ยังคงเดิม ชง ครม. ปี 72 ก่อสร้างปี 74 คาดเปิดใช้สะพานเกาะช้างได้ปี 2578

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ค.69 ที่วัดทองธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม นำข้อมูลผลการศึกษาและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราด รายงานต่อประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เพื่อ เตรียมนำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการศึกษาและจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่ (ครั้งที่ 3) ในช่วงเดือนกันยายนนี้ พร้อมชี้แจงประเด็นสำคัญของโครงการ 3 ด้านหลัก โดยมีนายกฤษฎา จันทรเสนา ผู้อำนวยการกองจัดการสิ่งแวดล้อม ฝ่ายพัฒนาโครงการทางพิเศษการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

- โฆษณา -

กทพ. เน้นย้ำว่าหากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะช้างและฝั่งแผ่นดินใหญ่ เป็นการยกระดับการเดินทาง สะพานจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดระยะเวลาในการเดินทางข้ามเกาะได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ต้องเสียเวลารอคิวข้ามเรือเป็นเวลานาน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่งผลดีโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน เด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน รวมถึงประชาชนที่ต้องเข้าไปติดต่อธุระกับหน่วยงานราชการในตัวจังหวัดตราด ให้สามารถเดินทางได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นายกฤษฎา กล่าวถึง การเวนคืนที่ดินและแนวทางการจ่ายเงินชดเชย ซึ่งเป็นข้อกังวลของประชาชน กทพ. ยืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดจะดำเนินการโดยยึดตามกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 คาดว่าจะมีผู้ที่ถูกเวนคืนที่ดินฝั่งเกาะช้าง 23 ราย และฝั่งแหลมงอบอีก 43 ราย รวมทั้งหมด 66 ราย โดยประเมินมูลค่าการเวนคืนเบื้องต้นไว้ที่หลักพันล้านบาท ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาราคา ประกอบด้วยผู้แทนจาก กทพ., กรมธนารักษ์, กรมที่ดิน, นายอำเภอ และผู้แทนจากท้องถิ่น โดยใช้ ราคาตลาดเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา เพื่อให้ได้ราคาที่สมเหตุสมผลและยุติธรรมต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

ผู้อำนวยการกองจัดการสิ่งแวดล้อมฯ กล่าวต่อว่า จะมีเงินจูงใจพิเศษ หากผู้ถูกเวนคืนตกลงเซ็นสัญญาส่งมอบที่ดินให้ กทพ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ประมาณ 120 วัน) จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 2 ของราคาที่ดิน เพื่อเป็นการจูงใจและเพิ่มผลตอบแทนให้ประชาชน ในกรณีบ้านเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน รวมถึงบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ในน้ำ จะไม่ได้รับค่าที่ดิน แต่สามารถรับค่าชดเชยในส่วนของ สิ่งปลูกสร้าง ได้ โดยผู้ครอบครองจะต้องนำหลักฐานมาแสดงเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์การก่อสร้างบ้านหลังดังกล่าวต่อหน่วยงาน

ส่วนไทม์ไลน์โครงการและอัตราค่าผ่านทางนั้น นายกฤษฎา จันทรเสนา ระบุว่า กทพ. ได้วางกรอบการดำเนินงานตามขั้นตอนทางกฎหมายและวิศวกรรมอย่างชัดเจน โดยมีระยะเวลาที่สำคัญ ดังนี้

- การพิจารณา EIA หลังจากการรับฟังความคิดเห็น จะมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ประมาณ 1 ปี

- การขออนุมัติจาก ครม. เมื่อ EIA ผ่านความเห็นชอบ จะรวบรวมข้อมูลเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2572

- การประมูลและก่อสร้าง กระบวนการประมูลหาผู้รับจ้างและเริ่มต้นการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงปี 2574 กำหนดเปิดให้บริการ หากไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ โครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2578 ทั้งนี้ ลักษณะโครงการที่เป็นสะพานข้ามทะเลจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างพอสมควร

- ในส่วนการร่วมทุนและค่าผ่านทาง นายกฤษฎา ระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ กทพ. เตรียมจัดประชุมทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) เพื่อประเมินความสนใจของภาคเอกชนในการร่วมลงทุน ส่วนอัตราค่าผ่านทางนั้น มีนโยบายกำหนดราคาให้เป็นทางเลือกที่ใกล้เคียงกับอัตราค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ ไม่แพงจนเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน และยังคงมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน

ด้านนายกิตติคม โกสินทร์วรภัทร อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เวนคืน กล่าวว่า ประชาชนเห็นด้วยกับโครงการนี้อย่างมาก เพราะจะเป็นการนำพาความเจริญที่ชุมชนต้องการมานานให้เกิดขึ้นจริง แม้ว่าจะมีชาวบ้านบางส่วน รวมถึงเครือญาติของตน ทั้งพี่สาวและพี่ชายที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเวนคืนที่ดินในครั้งนี้ก็ตาม

นายกิตติคม ระบุว่า ภาครัฐไม่ได้ยึดที่ดินไปทั้งหมด โดยบางครอบครัวโดนเวนคืนพื้นที่เพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางครอบครัวโดนเวนคืนในสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ แต่ สิ่งที่น่ากังวล คือ กรณีที่ชาวบ้านถูกเวนคืนที่ดินไปเป็นจำนวนมากจนเหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อย เช่น ถูกเวนคืนไป 3 งานและเหลือที่ดินไว้เพียง 1 งาน ซึ่งทำให้ยากต่อการนำที่ดินที่เหลือไปใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่เป็นเรื่องของการประเมินราคาที่ดินเพื่อจ่ายเงินคืน ชาวบ้านต่างมีความกังวลว่าเงินชดเชยที่ได้รับจากการประเมินราคาจะไม่เพียงพอสำหรับการไปเริ่มต้นใหม่