สิงห์บุรีเปิดศึกโมโตครอส “สิงห์ สปอร์ต พาร์ค บุรี ครั้งที่ 1” ยกระดับกีฬามอเตอร์สปอร์ต-กระตุ้นท่องเที่ยว

ภูมิภาค30 ก.ค. 2569 • 20:04 น.
สิงห์บุรีเปิดศึกโมโตครอส “สิงห์ สปอร์ต พาร์ค บุรี ครั้งที่ 1” ยกระดับกีฬามอเตอร์สปอร์ต-กระตุ้นท่องเที่ยว

จังหวัดสิงห์บุรี เปิดการแข่งขันโมโตครอส "สิงห์ สปอร์ต พาร์ค บุรี ครั้งที่ 1" ยกระดับกีฬามอเตอร์สปอร์ตสู่มาตรฐาน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ สนามแข่งรถออฟโรดและโมโตครอส จังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโมโตครอส รายการ "สิงห์ สปอร์ต พาร์ค บุรี ครั้งที่ 1" โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายจีราวัฒน์ มะโนวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน พร้อมทั้งกล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ตของจังหวัดสิงห์บุรีให้มีมาตรฐานและความปลอดภัย ยกระดับสู่การแข่งขันในระดับประเทศ เปิดโอกาสให้เยาวชนที่สนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้มีสนามฝึกซ้อมและแข่งขันที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ด้วยการดึงดูดนักกีฬาและผู้ติดตามจากทั่วประเทศ

การจัดงานได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคุณกิตติ และคุณชอเพชร ชูเนตร ที่ให้การสนับสนุนพื้นที่จัดตั้งสนามแข่งขันขนาด 25 ไร่ รวมถึงชมรมกีฬามอเตอร์สปอร์ตสิงห์บุรี คณะกรรมการจัดงาน ทีมจิตอาสา และผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันพัฒนาสนามแข่งขันให้มีความพร้อมตามมาตรฐานและคำนึงถึงความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นสำคัญ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้กล่าวให้โอวาทและชื่นชมคณะผู้จัดงานที่ร่วมกันผลักดันการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตของจังหวัด พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนให้แข่งขันด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ก่อนประกอบพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนและแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นอย่างมาก

การแข่งขัน "สิงห์ สปอร์ต พาร์ค บุรี ครั้งที่ 1" ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดสิงห์บุรีในการพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต ส่งเสริมศักยภาพเยาวชน และต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างยั่งยืน