ชาวบ้านแฉสร้างฝายกระทบ “ซูตองเป้” น้ำท่วมนาข้าวนานกว่าสัปดาห์ จี้เร่งแก้ปัญหา
ชาวบ้านกุงไม้สัก จ.แม่ฮ่องสอน แฉฝายกั้นน้ำกระทบสะพานซูตองเป้และนาข้าว หลังน้ำท่วมขังนานกว่าสัปดาห์ ข้าวเสียหายหนัก จี้หน่วยงานเร่งแก้ปัญหาและรับผิดชอบผลกระทบ
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 09.40 น. นายวศิน ปุยะติ ราษฎรบ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าของที่นาใต้สะพานซูตองเป้ เปิดเผยว่า น้ำที่เอ่อล้นที่นา เนื่องจากฝายกั้นน้ำที่สูงกว่าที่นา ทำให้น้ำระบายไม่ทัน มีตะกอนตกอยู่หน้าฝายทำให้ระบายน้ำไม่ได้ ทำให้ข้าวในนาเสียหายมาก เพราะว่าน้ำท่วมข้าวหลายวัน ไม่มีทีท่าว่าจะลดไปกว่านี้ ข้าวจมน้ำมาหลายวันและน่าจะเน่าแล้ว อยากให้แก้ปัญหาตรงบริเวณฝายที่ก่อสร้างด้วยการปรับฝายให้ต่ำกว่าหรือเสมอกับทุ่งนา ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท่วมลดลงและเป็นเหมือนก่อนหน้าสร้างฝายที่จะเกิดน้ำท่วมไม่เกิน 2-3 วันก็ลดลงสู่ระดับปกติและไม่กระทบต่อนาข้าว ก่อนหน้านั้น ตอนไม่มีฝายน้ำจะไหลตามธรรมชาติ ปัจจุบันน้ำได้ท่วมขังนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว
โดยก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 17.30 น.เพจ ซูตองเป้ สวนธรรมภูสมะ พุทธศาสนสถาน ได้เผยแพร่ภาพและข้อความ ว่า ภาพข่าวที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่พอจะสรุปได้ว่า มวลน้ำที่มาบริเวณนี้มาจากน้ำแม่สะงา ซึ่งเป็นสายน้ำที่รวมกัน 2 สายคือสายน้ำที่มาจากเขื่อนพลังน้ำแม่สะงาไหลงมาบรรจบกันน้ำแม่สะงี ที่บ้านหมอกจำแป่ และไหลรวมกันลงในสายแม่สะงา โดยปกติโค้งน้ำเลยสะพานไปประมาณ 1 กิโลเป็นจุดโค้งน้ำ (นาคุณโยมแม่สมดี)เมื่อ 3 ปีที่แล้วกอไผ่ใกล้โค้งน้ำทรุดลงในน้ำ2กอเป็นเหตุให้น้ำไหลเข้าที่จุดนั้นไหลเป็นทางน้ำเปิดใหม่ ไหลมาที่นาโยมลุงมุ้งมาออกที่นาของโยมแม่สุดใจ มนตรี 3 ปีที่บริเวณนี้กลายเป็นคลองในฤดูฝน และเป็นหนองน้ำในฤดูแล้งเพราะไม่สามารถนำดินมาถมและทำนาได้ จุดที่2 คือด้านทิศเหนือสะพาน 30 เมตร เมื่อปีที่แล้ว ต้นมะเดื่อที่ริมตลิ่ง ทรุดลงในน้ำแม่สะงาทำให้น้ำไหลท่วมบริเวร เหนือสะพานซูตองเป้ มีส่วนราชการเข้ามาดูในตอนที่มีน้ำเข้าพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขมากมาย พอน้ำลดชาวบ้านพระเณรช่วยกันตักหินใส่กระสอบปิดทางชั่วคราว แต่น้ำมาครั้งที่ 2 กระสอบทรายก็ไปพร้อมกับน้ำ แต่เมื่อน้ำลด ตลิ่งที่พังลงเกินความสามารถของช้าวบ้าน พระภิกษุสามเณรจะทำได้ ก็ต้องปล่อยไปและรอความช่วยเหลือต่อไป
ส่วนน้ำที่เอ่อไม่ยอมลดนั้น มีการประชุมประชุมร่วมกัน 2 หมู่บ้าน คือบ้านปางหมูกับบ้านกุงไม้สัก เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับฝายที่สร้างเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วทางทิศใต้ของสะพานซูตองเป้ เป็นที่ฝายกั้นน้ำเมื่อมีมวลน้ำพร้อมหินทรายมามาก ทำให้ตกตะกอนหน้าฝายตื้นเขิน อีกทั้งชาวบ้านกุงไม้สักแจ้งว่า ฝายไม่ได้เปิดประตูน้ำในตอนที่น้ำเริ่มจะมา ทำให้มวลน้ำนิ่งและตกตะกอนดินบริเวณหน้าฝายตื้นเขิน น้ำจึงเอ่อท่วมขังพื้นนาชาวบ้านบริเวณสะพานซูตองเป้
การสร้างสะพานมี 3 ช่วง ช่วงที่ 1 บริเวณข้านน้ำแม่สะงา พระเณรและชาวบ้านช่วนกันบริจาคและร่วมกันสร้างเมื่อปี 2555 ได้พังไปในงานตักบาตรเทโวออกพรรษา ปี 2558 และได้งบจาก อบจ.แม่ฮ่องสอน และ ทอดผ้าป่า สร้าง เมื่อปี 2559 โดยได้งบ อบจ. 900,000 กว่าบาท และทอดผ้าป่า 400,000 กว่าบาท ความยาวของสะพาน 35 เมตร มีเสาเข็มด้านละ 8 ต้นและตอม้อปูนรองรับตัวสะพาน ช่วงที่ 2 ช่วงข้ามทุ่งนา ความกว้างของสะพาน 2 เมตร ความยาวแต่ละช่วงต่างกัน โดยปรกติ 3 เมตร ช่วงที่คาดว่าเป็นร่องน้ำ 5-6 เมตร เสาตอม่อปูนต่อด้วยเสาไม้จากการบริจาค จากชาวบ้าน ความสูงจากพื้นนาถึงพื้นสะพานไม้ไผ่สาน 1.9-2.0 เมตร และ ช่วงที่ 3 ต่อจากคอสะพานข้ามน้ำถึงวัดด้านบน(ศาลาหลวงพ่อซูตองเป้) จุดนี้ไม่มีปัญหา
เมื่อพิจารณาด้วยใจที่เป็นธรรม เห็นความจริงที่ปรากฏ เหตุที่เกิด ที่จุดไหนพึงแก้ไขที่จุดนั้น การสร้างสะพานทุกที่ มีจุดประสงค์หลักคือการข้ามจากฝั่งหนึ่งไปสู่ฝั่งหนึ่ง เป็นการแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาของมนุษย์ พระภิกษุสามเณรรวมถึงชาวบ้านก็ได้ร่วมกันสร้างตามสติกำลังและข้อจำกัดที่มีอีกทั้งปัญญาอันน้อยนิดในการแก้ปัญหา อีกทั้งการสร้างสะพานซูตองเป้ ก็ยังคงมีจุดมุ่งหมายเดิมคือการให้พระภิกษุสามเณรไปบิณฑบาต ในหมู่บ้านกุงไม้สักในทุกๆวันซึ่งเป็นกิจวัตร ที่ดำเนินมาและตลอดเวลาที่สร้างวัดอันเป็นอริยประเพณีที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ เพื่อให้ญาติโยมชาวบ้านได้เดินทางไปวัดได้สะดวกสะบายขึ้น และเพื่อชาวบ้านที่มีพื้นที่2ฝั่งน้ำแม่สะงาได้ใช้ข้ามไปมาได้สะดวก
ขอบคุณทุกความห่วงใย ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกความเข้าใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากยังมีความศรัทธา มีความสามัคคี และเชื่อมันในคุณงามความดี ก็จะยังคงมี“สะพานซูตองเป้” อยู่ตลอดไป