รวบขรก.ฝ่ายปกครองหลังก่อเหตุบุกยิงถล่มบ้านพ่อเฒ่า

ภูมิภาค26 ก.พ. 2562 • 04:49 น.
รวบขรก.ฝ่ายปกครองหลังก่อเหตุบุกยิงถล่มบ้านพ่อเฒ่า
นายธีรพงศ์ ศรีพุฒ ข้าราชการกรมการปกครอง ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ถูก พันตำรวจเอกสมคิด ดำเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างกลาง และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตามหมายจับคดีอาญาศาลจังหวัดทุ่งสง ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา บุกรุกในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ และไม่มีเหตุอันควร หลังจากหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในอำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้นายธีรพงศ์ ศรีพุฒ ได้ตกเป็นผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมาภายหลังจากก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปยิงก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านของนายสุรินทร์ ศิลารัตน์ อายุ 86ปี ขณะที่นายสุรินทร์กำลังจะเปิดประตูบ้านให้หลานชายคือนายวิรัตน์ ไชยศรี อายุ 38 ปี ขณะกลับมาจากกรีดยางพารา ที่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 11 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง โดยผู้ก่อเหตุรายนี้ได้ใช้อาวุธปืนไล่ยิงนายวิรัตน์ที่หนีตายอย่างหัวซุกหัวซุนเข้าไปในสวนรอดตายอย่างหวุดหวิด ทำได้แค่ถีบรถจักรยานยนต์จนได้รับความเสียหาย พันตำรวจเอกสมคิด ดำเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างกลางระบุว่า ขณะนี้นายธีรพงศ์ ได้ถูกคุมตัวโดยไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและรถยนต์คันที่ใช้ไว้ได้แต่การสอบสวนนายธีรพงศ์ ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยให้ความเป็นธรรมเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ถูกให้ความสนใจจากสังคมและผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นายจำลอง ศิลารัตน์ ลูกชายของนายสุรินทร์ระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวต่างวิตกกังวลยอมรับว่าหากได้รับการประกันตัวเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก ลูกหลานตกลงใจที่จะอพยพนายสุรินทร์ บิดาหลบออกไปจากบ้านที่เกิดเหตุไปอาศัยอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุดเนื่องจากก่อเหตุอย่างไม่มีเหตุผลทั้งที่ไม่มีเรื่องโกรธเคืองใดๆมาก่อน ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายอำเภอช้างกลาง ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของผู้ต้องหารายงานกรณีมาอย่างเร่งด่วนเพื่อพิจารณาตามระเบียบปฏิบัติซึ่งเบื้องต้นนั้นเมื่อข้าราชการต้องคดีอาญาและถูกหมายจับและต้องจับกุมคุมขังจะต้องถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง