กอ.รมน.ภาค 4 แจงหนุ่มหลอกเชิดรถกระบะสาวอุดรฯ ไม่ใช่กำลังพลในสังกัด

ภูมิภาค10 ม.ค. 2566 • 10:07 น.โดย วีระยุทธ แสงโนรี
กอ.รมน.ภาค 4 แจงหนุ่มหลอกเชิดรถกระบะสาวอุดรฯ ไม่ใช่กำลังพลในสังกัด

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีบุคคลที่ปรากฏในข่าวหลอกลวงเชิดรถกระบะหญิงสาวที่อุดรธานี ไม่ได้เป็นกำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว 

วันที่ 10 ม.ค.66 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิริธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงข่าว กรณีมีบุคคล คือ นายจิรายุทธ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ แบงค์ ได้หลอกลวงนำรถกระบะของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้หญิงหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ซึ่งภาพที่ปรากฏในข่าว นายจิรายุทธ์ ได้แต่งกายสวมเครื่องแบบคล้ายทหารพราน สังกัด กรมทหารพรานที่ 41 กองทัพภาคที่ 4 ภายหลังทราบเหตุ พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยต้นสังกัด รวมทั้งทุกหน่วยในกองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อบุคคลดังกล่าว ผลการตรวจสอบไม่พบว่าเป็นกำลังพลในสังกัดกรมทหารพรานที่ 41 หรือกองทัพภาคที่ 4 รวมทั้งไม่เคยเป็นอาสาสมัครทหารพรานและข้าราชการทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุ กรมทหารพรานที่ 41 ซึ่งเป็นหน่วยที่ถูกแอบอ้างให้ได้รับความเสียหาย ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายจิรายุทธ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในข้อหาแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารพุทธศักราช 2477 เพื่อให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ต่อไป

อย่างไรก็ดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำหนดนโยบายในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ยุทธศาสตร์คนดีรวมทั้งได้กำหนดแนวทางในการปฏิบัติตนของกำลังพลทุกนายภายใต้กฎเหล็ก 10 ประการ เพื่อไม่ให้สร้างเงื่อนไขทั้งในและนอกพื้นที่อย่างเคร่งครัด โดยหากตรวจพบบุคคลใดฝ่าฝืนก็จะมีมาตรการลงทัณฑ์ ทางวินัยสถานหนักให้เป็นไปตามลักษณะฐานความผิดขั้นสูงสุดต่อไป