เงินเยียวยาต่อชีวิต! "แม่ค้าไก่–หมูปิ้ง" นำเงินที่รัฐช่วยมาต่อทุนขายของเลี้ยงครอบครัว ขอบคุณรัฐบาลที่ให้โอกาส
วันนี้ ( 18 พฤษภาคม 2563 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการจ่ายเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล เพื่อหวังช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินหลังจากที่มีการปิดร้านค้า และสถานบริการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลให้หลายครอบครัวตกงานและไม่มีรายได้ใดๆมาค้ำจุน และบางรายก็ได้นำเงินดังกล่าวนำไปต่อยอดซื้อข้าวของเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงครอบครัว
นางสุรัตน์ วงศ์ศรีนาค อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 526 ถ.จอมทอง อ.เมือง จ.พะเยา อดีตแม่ค้าขายลาบ น้ำตก ส้มตำบริเวณลานจอดรถวัดศรีโคมคำ ( วัดพระเจ้าตนหลวง ) ซึ่งปัจจุบันได้หันมาประกอบอาชีพขายไก่ปิ้ง หมูปิ้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า เดิมทีตนเองกับสามีเปิดร้านลาบ น้ำตก มากว่า 10 ปี แต่เศรษฐกิจไม่ดีจากร้านใหญ่ๆก็ค่อยๆลดขนาดลงไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่ร้านบนรถเข็นเล็กๆพอทำมาหากินได้ แต่พอช่วงโควิด 19 ระบาด ทุกอย่างก็แย่ไปหมด ของขายไม่ได้ทุนก็หาย กำไรก็ไม่มี ค่าเช่าบ้าน ค่า น้ำ ค่าไฟ ก็ไม่มี ลูกสาวก็ต้องถูกให้ออกเพราะร้านหมูจุ่มที่ทำงานอยู่ถูกสั่งปิด เมื่อทราบว่าทางรัฐบาลให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับการเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน จึงให้ลูกชายลงทะเบียนให้ก็ปรากฏว่าได้รับสิทธิ์ทันที ก็ค่อยยังชั่ว ต่อมาสามีและลูกๆก็สมัคร ทุกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเหมือนกันแต่ช้าไป 1 งวด จึงนำเงินที่ได้ทั้งหมด ไปชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ที่เหลือก็นำไปซื้อไก่ หมู ถ่านและอุปกรณ์ในการขายไก่ – หมูปิ้ง แม้จะได้กำไรไม่มากอะไร ก็พออยู่ได้ ประกอบกับเงินที่ทางรัฐบาลช่วยเหลือก็ยังคงมีเป็นทุนรอนอยู่ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชน ต่อไปเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องนำเงินที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
สำหรับสถานการณ์การการร้องทุกข์เงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกันในส่วนของจังหวัดพะเยา ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องจะเจอปัญหาเรื่องสถานะของผู้ขอไม่ถูกต้อง และเลข 4 ตัวหลังบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง ซึ่งทุกองค์กรจะรับเรื่องร้องเรียนและส่งเข้าส่วนกลางเพื่อพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ ซึ่งในในเรื่องนี้ทุกคนเข้าใจว่าเมื่อมีการลงทะเบียนร้องเรียนแล้วจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาทุกคน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะหน่วยงานที่อนุมัติไม่ใช่ธนาคารหรือองค์กรที่ประชาชนเข้าไปร้องเรียนแต่เป็นการอนุมัติจากส่วนกลาง