"ชาวแม่ฮ่องสอน" หวั่นโดนแอบอ้างหนุนสร้างโครงการผันน้ำยวม

ภูมิภาค21 ก.พ. 2565 • 13:29 น.
"ชาวแม่ฮ่องสอน" หวั่นโดนแอบอ้างหนุนสร้างโครงการผันน้ำยวม
วันที่ 21 ก.พ.65 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดประชุมปฐมนิเทศเวทีที่ 1 โครงการศึกษาสร้างการรับรู้ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และจ.ตาก โดยมี นายผอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย เป็นประธาน ซึ่งมีกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่งเข้าร่วม ในที่ประชุม ผู้ที่เข้าร่วมการประชุม ต่างสงสัยถึงวาระการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เกี่ยวข้องกับโครงการผันแม่น้ำยวม-สาละวิน สู่เขื่อนภูมิพล ที่กรมชลประทานว่าจ้างมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ที่ชาวบ้านขาดการมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ ผู้แทนของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ได้นำเสนอข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ ว่าอาจมีการโยกย้าย การจัดการทรัพย์สิน จะมีการศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดิน สาธารณสุข และจะจัดทำข้อมูลให้พื้นที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ มีการเน้นการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ใช้แนวคิดการจัดการน้ำโดยชุมชน แต่ไม่มีการพูดถึงโครงการผันน้ำยวมแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมบางรายได้สอบถามว่า ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ มีปัญหาและกังวลว่า หากโครงการผ่าน พื้นที่จะได้รับการชดเชยหรือไม่ โดยผู้แทนมหาวิทยาลัย ตอบว่า พื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีเอกสารสิทธิ์น้อยมาก โดยเวทีนี้เป็นการจัดทำรายงานส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หากสร้างอ่างเก็บน้ำ ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือกรมอุทยานแห่งชาติฯ “การสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วม เท่าที่ทราบมายังต้องทำมากกว่านี้ เพราะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้อง อยากฝากให้ทุกคนว่าจะอยู่ดีหรือไม่ก็ขึ้นกับทุกคน ตอนนี้คนจำนวนมากยังไม่รู้ข้อมูล หน้าแล้งเรามีน้ำไหลมาจากขุนยวม หน้าแล้งเราต้องการน้ำ ต้นทุนของน้ำเรามีน้อย คนปลายน้ำที่ อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย ก็ต้องคิด” ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง กล่าว ผู้เข้าร่วมประชุมยังสังเกต เห็นว่า ได้มีการใช้กล้อง 2-3 ตัวบันทึกการประชุมไว้ตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านและผู้เข้าร่วมประชุม รู้สึกเป็นกังวลใจว่าจะถูกนำไปแอบอ้างเพื่อเดินหน้าโครงการผันน้ำยวม โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฏร ได้ลงพื้นที่และการตรวจสอบโครงการของกรมชลประทาน คือโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้แก่เขื่อนภูมิพล (แนวส่งน้ำยวม) หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการผันน้ำยวม เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ากระบวนการวางแผนโครงการและการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมขาดการมีส่วนร่วมและข้อมูลบางส่วนส่อว่าอาจเป็นเท็จ หรือที่รู้จักในวงกว้างว่า “EIA ฉบับร้านลาบ” ด้านนายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน กล่าวว่า ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการผันน้ำยวม ในพื้นที่ตลอดแนวโครงการใน 3 จังหวัด ต่างกำลังกังวลใจและรู้สึกกังขาว่าเหตุใดกรมชลประทานยังคงว่าจ้างหน่วยงานเดิมในการทำโครงการ ทั้งที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางสาธารณะถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาและจริยธรรมของนักวิชากร ทั้งนี้ทีมกฎหมายของเครือข่ายจะส่งจดหมายไปยังกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร้องเรียนต่อไป เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการชนาดใหญ่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท นายสะท้าน กล่าวว่า กรมชลประทานและมหาวิทยาลัยดังกล่าว ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการผันน้ำยวมให้ชัดว่าทำอย่างไรต่อไป ไม่ใช่มาชวนชาวบ้านคุยเรื่องอื่นแล้วพอถึงเวลาก็เดินหน้าโครงการผันน้ำยวม ซึ่งเท่ากับประชาชนถูกหลอก “ดูแล้วประชุมครั้งนี้มีอะไรแอบแฝงอยู่ สังเกตได้จากเขาไล่จัดเวทีในพื้นที่ที่เป็นโครงการผันน้ำยวมทั้งหมด หากเขาต้องการศึกษาเกี่ยวกับบริหารจัดการแม่น้ำยวม ก็ต้องคุยกับชาวบ้านตั้งแต่ขุนยวม แม่ลาน้อย ปายด้วย ไม่ใช่ทำแบบนี้ เพราะยิ่งทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่ดีต่อมหาวิทยาลัยดังกล่าว ตอนนี้เขาไม่ต้อนรับให้นักวิชาการกลุ่มนี้ลงพื้นที่และไม่อยากคุยด้วยอีกแล้ว เพราะความชอบธรรมหมดไปตั้งแต่ทำอีไอเอร้านลาบ พี่น้องชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบ ล่าสุดครูที่บ้านแม่เงาก็เดือดร้อนด้วย เพราะในอีไอเอไปอ้างเขา ครูต้องเดือดร้อนเพราะทำให้ขัดแย้งกับผู้นำในหมู่บ้าน”นายสะท้าน กล่าว