ทนายเผย ศาลออกหมายจับอดีตเหรัญญิกวัดพุทธปัญญา ไม่พบเส้นทางเชื่อมโยงพระชาตรี
เมื่อเวลา17.00 น.วันที่ 26 กันยายน 2565 ที่วัดพุทธปัญญา ต.บางเขน อ.เมืองจ.นนทบุรี นายปัญญา จารุมาศ ทนายความของวัดพุทธปัญญา เปิดเผยความคืบหน้าคดียักยอกเงินจากบัญชีวัดพุทธปัญญาปี 2558 ว่าจากการไปคัดสำนวนที่ศาลจังหวัดนนทบุรีเมื่อเช้า ขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งหลังจากมีการยื่นฟ้อง ปี2558 มีการเรียกเบิกความจำเลยทั้ง4 ได้แก่ จำเลยที่1 พระชาตรี ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสขณะนั้น จำเลยที่2 พระลูกวัด จำเลยที่3 กรรมการวัด และจำเลยที่ม4 หญิงที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกในระหว่างที่พระชาตรีเป็นรักษาการจะอาวาส
จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด พบว่ามีการเบิกเงินจากบัญชีของวัดในระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่า รวม4.3ล้านบาท เบิกครั้งละประมาณ2-3แสนบาท โดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้เซ็นรับเงินเพียงคนเดียว และไม่ยอมมาเบิกความในศาลเพียงคนเดียวด้วย ศาลจึงออกหมายจับจำเลยที่ 4 ในปี 2560 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถจับกุมจำเลยที่4ได้ เนื่องจากเดินทางออกนอกประเทศโดยมีเบาะแสว่าเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของจำเลยที่4 ยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงจำเลยที่1นั่นก็คือพระชาตรี ขณะที่ด้านพระชาตรีเองได้เบิกความต่อศาลว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเพียงผู้มอบอำนาจให้จำเลยที่4เบิกเงินเท่านั้น โดยเบิกความต่อศาลว่ามีการอนุมัติให้ถอนเงิน เพื่อจ่าย ค่าน้ำค่าไฟ บำรุงกิจการของวัด นอกจากนั้นยังยื่นฟ้องจำเลยที่4กับศาลแขวงนนทบุรี พร้อมเขียนจดหมายแถลงต่อศาลให้จำเลย ที่4 นำเงินมาคืนด้วย
ทั้งนี้ทนายปัญญา ย้ำว่า เงินจำนวน 4.3ล้านที่ถูกยักยอกไปมีโอกาสจะได้คืน เนื่องจากคดีมีอายุความถึง 20 ปี เมื่อฟ้องร้องในปี 2560 หมายความว่าอายุความจะสิ้นสุดในปี 2580 ทนายความบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการต้องหาตัวจำเลยที่4 ที่เป็นผู้เซ็นรับเงินไป ถึงจะรู้เส้นทางว่ามีการกระจายโยกย้ายเงินไปที่ใครบ้าง