สื่อแพร่รุกรณรงค์ต่อต้านซื้อสิทธิ์ขายเสียง หลังชาวบ้านร้องเงินสะพัดหัวละพัน โค้งสุดท้ายก่อนลงคะแนน
วันที่ 13 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพรว่า สนามเมืองแพร่ระอุ สาดกระสุนกล่าวหาซื้อเสียง จนชาวบ้านทนดูไม่ไหว ร้องเรียนสื่อ ทำให้ชมรมสื่อมวลชนอิสระภาคเหนือ ได้ร่วมกัน รณรงค์โครงการต่อต้านการซื้อขายเสียงใช้วิธีนำรถแห่รณรงค์ 10 คันลงพื้นที่ทุกอำเภอ ติดป้ายข้างรถหยุดซื้อขายเสียง ประชาชนชาวแพร่สนใจพากันออกมาสนับสนุน ซึ่งเหลือเวลาเพียงวันนี้วันเดียว ที่การลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในวันที่14 พ.ค.นี้ สนามเมืองแพร่ มีผู้สมัคร รวม 9 พรรค มีทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ลงมาขับเคี้ยวกันอย่างหนัก มีความหวังกันทุกพรรคการเมืองที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน พรรคเพื่อไทย 3 เขต เขต 1 นายแทย์ทศพร เสรีรักษ์ ได้หมายเลข 4 คู่ต่อสูงเขตนี้ มี ตัวเต็ง ถึง 2 คน เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ จากพรรคพลังประชารัฐ นางสาวอาทิตยา อินนะไชย ได้เบอร์ 6 โดยมีกุนซือใหญ่อย่างร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มากำกับดูแลใกล้ชิด และพรรครวมไทยสร้างชาติ นางสาวชนกนันท์ ศุภศิริ ได้เบอร์ 2 รายนี้บุกลงพื้นที่มาเกือบปีโดยมีแม่เลี้ยงติ๊ก ดูแล
ในพื้นที่ เขต 2 ก็เช่นกันเป็นการแข่งขันกัน ระหว่าง อดีต ส.ส.แชมป์เก่า เอกการ ซื่อทรงธรรม หมายเลข 1 จากพรรคภูมิใจไทย ที่จะเอาชนะให้ได้ในเขตนี้ เช่นเดียวกับ รวมไทยสร้างชาติ ส่งหลานแม่เลี้ยงติ๊กลงแข่งนายชนาธิป ศูภศิริ อดีต สจ.เขต1แพร่ ลงมาสู้กันหนัก อีกคนคือนายแพทย์นิยม วิวรรธนดิฐกุล พรรคเพื่อ่ไทยได้เบอร์ 7 เขตนี้ดุเดือดทั้งการทำลายป้ายหาเสียงข่มขู่หัวคะแนนจนถึงกับมีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่ เขต 3 ก็ต่อสู้กันกับอดีต ส.ส.แชมป์เก่า เดิมมาจากพรรค อนาคตใหม่ แล้วกลายเป็นงูเห่าไปซบภูมิใจไทย คราวนี้มาลงในนามพรรคภูมิใจไทย คือ นายฤกติเดช สันติวชิระกุล ได้เบอร์ 5 แต่ก็มาเจอกระดูกจากเพื่อไทย ที่พลาดการการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเนื่องจากพรรคถูกยุบ คือ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ดีกรีเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง มีผลงานมากมาย จากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 5
หลังจากที่ขับเคี่ยวกันมาจนถึงโค้งสุดท้าย มีกระแสการซื้อเสียงคือจ่ายเงิน จนชาวบ้านในหลายพื้นที่ ที่รักความถูกต้อง ร้องสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ โดยนายพิจิตร สมศักดิ์ ประธานชมรมสื่อมวลชนอิสระภาคเหนือได้หารือสื่อมวลชนในแพร่ จนเกิดโครงการจัดรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เน้นที่ข้อความติดรถแห่ หยุด ซื้อขายเสียง ใช้รถแห่ 10 คันทำสปอร์ตเชิญชวนประชาชนอย่าเลือกคนซื้อเสียง เน้นถึงผลเสียของการนำเงินมาซื้อเสียงหนัก บางพื้นที่ถึงชนิดที่มี คนของรัฐท้องที่นำเงินไปให้ชาวบ้าน และมีกระแสข่าวว่า จ่ายสูงถึงหัวละ 1,000 บาท ใน การใช้รถแห่จำนวน10คันออกรณรงค์หยุดการซื้อขายเสียงของสื่อมวลชนสามารถที่จะ สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง โดยชาวบ้านออกมาให้กำลังใจและถ่ายรูปกับในหลายพื้นที่ พื่อส่งต่อบอกต่อกันในการรณรงค์ครั้งนี้