ครูดอกเตอร์เครียด หลังถูกจับหลอกสวมสิทธิคนละครึ่ง สารภาพลงทะเบียนไม่ยาก

ภูมิภาค7 ก.พ. 2564 • 09:11 น.
ครูดอกเตอร์เครียด หลังถูกจับหลอกสวมสิทธิคนละครึ่ง สารภาพลงทะเบียนไม่ยาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยถึงการสอบปากคำ ว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ ครูประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น กรณีหลอกสวมสิทธิบัตรประชาชนของชาวบ้านหลายสิบรายในโครงการคนละครึ่ง และเที่ยวด้วยกัน ว่าผู้ต้องหามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่โดยรวมยังให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รับสารภาพว่าทำคนเดียว ไม่ได้มีบุคคลอื่นร่วมหรือทำเป็นขวนการ นอกจากนี้ ผู้ต้องหาบอกว่าส่วนตัวเป็นคนที่ชอบสะสมซิมโทรศัพท์มือถือ และเป็นคนทำหน้าที่ในส่วนเทคนิค คือหลังจากที่รวบรวมซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือและบัตรประชาชนของชาวบ้านมาแล้วก็จะนำมาลงทะเบียนสมัครสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งทำได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังต้องใช้ระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนเนื่องจากมีรายละเอียดมาก ทั้งบัญชีธนาคาร ผู้ประกอบการ ร้านค้า โรงแรมต่างๆ ที่ผู้ต้องหาไปใช้สิทธิ จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีบุคคลอื่นมีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่เมื่อดูรายละเอียดแล้วก็ถือว่าคดีนี้ไม่มีความซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน “เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อเอาผิดต่อผู้ที่ดำเนินการสวมสิทธิโครงการของรัฐบาลทุกราย” พล.ต.ต.พุฒิพงษ์กล่าว ทางด้านครูฝน เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็นบุคคลที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นคนชักชวนชาวบ้านรับเงิน 200 บาท แลกกับให้ถ่ายบัตรประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง เพื่อให้ปากคำต่อกรณีที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานในโทรศัพท์มือถือซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับครูภูผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาต่อครูฝนในข้อหาร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ฯลฯ